ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 17กันยายน 2563

17 กันยายน 2563, 09:22น.


กักตัวแม่-พี่สาว-จนท.ที่คัดกรองโควิด-19 ให้เด็กเมียนมาวัย 2 ขวบ   



         กรณีการตรวจสอบอาการเด็กอายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมาเดินทางออกจากประเทศไทยพร้อมมารดาเมื่อวันที่ 4  ก.ย.และต่อมามีรายงานข่าวตรวจพบการติดเชื้อของเด็กคนดังกล่าววันที่ 13 ก.ย.อูเต่ ส่า อ่อง  ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี แถลงว่า การพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 วัย 2 ขวบ ที่เดินทางพร้อมมารดา ต้นทางจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าเมียนมาใช้ช่องทางสะพานแห่งที่สอง เมื่อวันที่ 4 กันยายน และทางการเมียวดีกักตัวไว้ที่จ.เมียวดี  และเมื่อวันที่ 13 กันยายน ได้รับการยืนยันว่า ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่ง 2 แม่ลูก ได้ถูกส่งตัวไปยัง จ.ผาอ่าง และกักตัวพี่สาวของเด็ก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าวไว้รอดูอาการ



เชียงราย เข้มให้รถสินค้าจากเมียนมา อยู่ได้ 1 วัน

         นายประจญ  ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ฉบับที่ 22 อนุญาตให้รถตู้ขนสินค้าที่มาจากฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เดินทางข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 รับสินค้าใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยกำหนดระยะเวลาให้อยู่ได้ 1 วัน และจำกัดให้รถข้ามมาได้ไม่เกิน 168 คัน โดยให้รถมีคนขับและคนติดตามมากับรถไม่เกิน 1 คน ในคำสั่งยังกำหนดให้เปลี่ยนคนขับเป็นคนไทยหรือคนเมียนมาที่พักอาศัยอยู่ในประเทศและไม่เคยกลับเมียนมาเมื่อรถมาถึงด่านพรมแดนฝั่งไทยด้วย จากนั้นเมื่อไปรับสินค้าตามโกดังเก็บต่างๆ เฉพาะใน อ.แม่สาย จะอยู่ภายใต้การควบคุมของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.แม่สาย(ศปก.อ.แม่สาย) เมื่อรับสินค้าเสร็จ จะเปลี่ยนเป็นคนขับรายเดิมที่รออยู่ที่ด่านพรมแดนต่อไป



         นอกจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุข อ.แม่สาย เข้าร่วมคัดกรองและทำความสะอาดรถทุกคันที่มาจากเมียนมา และกำหนดโทษผู้ใดฝ่าฝืนจำคุกเป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และคำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันนี้ ขณะที่รถบรรทุกสินค้าจากไทยนั้น ยังคงข้ามไปได้ตามปกติ แต่ด่านศุลกากรแม่สาย กำหนดให้อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง และห้ามค้างคืน



แฟ้มภาพ Khanthongkham Hotel (Maesai, Chiang Rai)



"หมอธีระ" แนะนำ 4 วิธี กรองโควิด-19 อย่าตัดประเด็นไม่มีเชื้อในประเทศ



         รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 พร้อมตั้งคำถามที่เป็นข้อสงสัยทั้งเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยว ระบบการคัดกรอง เช่น



-การรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามากักตัว 14 วัน ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยง?



-การรับคนจากต่างประเทศเข้ามา ส่วนใหญ่แล้วล้วนมาจากประเทศที่ระบาดรุนแรงกว่าไทย..ถามว่าเสี่ยงไหม?



-ระบบคัดกรองกักตัว 14 วัน มีโอกาสหลุดไหม?



         รศ.นพ.ธีระ ชี้แจงว่า ถ้าใช้หลักวิชาการแพทย์และตรรกะมาตอบ ก็ต้องตอบว่าเสี่ยงและมีโอกาสหลุด หากตอบเช่นนั้น ย่อมแปลว่าเพิ่มความเสี่ยงมิใช่หรือ?



ส่วนกรณีการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มต่างๆ ทำให้ต้องตรวจสอบคัดกรองในประเทศมากขึ้น



-กรณีนักฟุตบอลต่างชาติ ก่อนเดินทางเข้ามา ผลตรวจไม่พบว่าติดเชื้อและกักตัว 14 วัน อยู่มาเกือบเดือนแล้วมาตรวจพบว่าติดเชื้อ แต่นำเสนอว่า คิดว่าติดจากต่างประเทศ รศ.นพ.ธีระ ระบุว่า ตามหลักวิชาการแล้ว เคสนักฟุตบอลเป็นได้ทั้งติดจากต่างประเทศแล้วหลุดรอดจากระบบคัดกรองกักตัว 14 วัน แต่โอกาสน้อย หรืออาจติดเชื้อในประเทศเพราะอาศัยอยู่ในประเทศหลังกักตัวอีกสองสัปดาห์ ขณะในช่วงเวลาเดียวกัน มีเคสดีเจในเรือนจำ เคสคนไทย คนต่างชาติที่ออกจากไทยไปตรวจพบที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ดังนั้น พอประเมินตามสถานการณ์แล้วการติดเชื้อในประเทศย่อมน่าจะมีโอกาสมากกว่ามิใช่หรือ? แต่ทั้งสองทางก็ล้วนเป็นไปได้



-ส่วนเคสเด็กเมียนมา ถึงเมียนมาวันที่ 4 ก.ย. ตรวจวันที่ 10 ก.ย. ผลติดเชื้อวันที่ 13 ก.ย.แต่นำเสนอว่า คิดว่าติดในเมียนมา เคสนี้ เด็กเพิ่งเดินทางไปถึงเมียนมาได้เพียง 6 วันแล้วตรวจพบติดเชื้อก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้งติดจากเราหรือติดที่เมียนมามิใช่หรือ?



คำแนะนำ:



1.ควรใช้ข้อมูลทางวิชาการในการวิเคราะห์ให้เห็นเหตุผลและความเป็นไปได้ อันไหนมากอันไหนน้อยก็ว่ากันไป ไม่ต้องช่วยตัด



2. ไม่ควรใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล



3. การสร้างความศรัทธาสำคัญมาก และความศรัทธานั้นจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อกระทำการโดยยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้



4.สถานการณ์ปัจจุบัน เราจำเป็นต้องกระตุ้นเตือนประชาชนให้ทราบว่าต้องป้องกันตัวเสมอ เนื่องจากความเสี่ยงที่จะระบาดซ้ำมีได้ทุกเมื่อ และประเทศต่างๆ ที่เจอระลอกสอง ก็สะบักสะบอมกันมาก เราจึงต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ด้วยแรงกาย แรงใจ แรงปัญญา อย่างเต็มที่



CR:รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์



เปิดตัว 10 สุดยอดธุรกิจบริการต้นแบบแห่งปี



         นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดงาน สุดยอดธุรกิจบริการต้นแบบแห่งปี ส่งเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการ ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจบริการยุคใหม่ และเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบธุรกิจได้พัฒนาโมเดลธุรกิจของตนเอง ตลอดจนการปรับภาพลักษณ์ธุรกิจให้ทันต่อโลกยุคใหม่ ผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นต้นแบบธุรกิจบริการแห่งปี 2563 จำนวน 10 ราย ประกอบด้วย



1) นกน้อย นาสมบูรณ์ นาธรรมชาติ จังหวัดชัยภูมิ ธุรกิจบริการท่องเที่ยวหุบเขาอินทรีย์



2) วิสาหกิจชุมชนท่าลี่พัฒนา (ธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่) จังหวัดขอนแก่น ธุรกิจบริการปลูก-ดูแลต้นไม้ป่าเศรษฐกิจ



3) บ้านแหลมโฮมสเตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ธุรกิจบริการสปาโคลนทะเล



4) เอ็ม เมล่อน ฟาร์ม จังหวัดปทุมธานี ธุรกิจบริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม (From Farm to Table) 5) เหลาอาธีร์ กรุงเทพมหานคร ธุรกิจบริการร้านอาหารแบบ Cloud Kitchen



6) บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด กรุงเทพมหานคร ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มสินค้าชุมชน



7) บริษัท ฟายด์โฟล์ค จำกัด กรุงเทพมหานคร ธุรกิจบริการท่องเที่ยวอินทรีย์ลดคาร์บอน



8) Rebrain กายภาพบำบัด กรุงเทพมหานคร ธุรกิจบริการกายภาพบำบัดแบบ To Home



9) บริษัท รักษาความปลอดภัย ซิลเวอร์เซอร์วิส จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ ธุรกิจบริการรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ครบวงจร



10) เฮลปิ้งแฮนด์เนอร์สซิ่งโฮม จังหวัดเชียงใหม่ ธุรกิจบริการอาหารบำบัดโรค



เตือน! ลูกค้า ธ.ก.ส.ระวังมิจฉาชีพขอข้อมูลส่วนตัวผ่านไลน์ปลอม



           นายสมเกียรติ  กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแอบอ้างติดต่อผ่านทาง Inbox Facebook ของลูกค้าธนาคารที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile เพื่อส่ง Link ให้ลูกค้าเพิ่มเพื่อนใน Line Account และแอบอ้างว่าเป็นบัญชีของธนาคาร จากนั้นจะมีการพูดคุยเพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคลโดยอ้างว่าสามารถแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile ได้ ธ.ก.ส. ชี้แจงว่าไม่มีนโยบายในการติดต่อลูกค้าผ่านทาง Line Account หรือ Facebook เพื่อแก้ปัญหาการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile ขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่าหลงเชื่อหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้เด็ดขาดเพราะ ธ.ก.ส. A-Mobile จะใช้งานควบคู่กับบัญชีเงินฝากของลูกค้าซึ่งจำเป็นต้องระมัดระวังในการดูแลข้อมูลส่วนตัวเป็นสำคัญเพื่อความปลอดภัย หากพบเห็นการกระทําความผิดในลักษณะดังกล่าว ธนาคารจะดําเนินการเอาผิดตามขั้นตอนทางกฎหมาย



           ในส่วนของ Line Official “BAAC Family” ธ.ก.ส. ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการหรือข้อมูลข่าวสารสำคัญไปยังลูกค้ารวมถึงการแจ้งความประสงค์ในการขอใช้บริการสินเชื่อบางประเภทกับ ธ.ก.ส.เท่านั้น หากลูกค้ามีปัญหาในการใช้งาน ธ.ก.ส. A-Mobile สามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศและ Call Center 0-2555-0555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยวัดเจดีย์ ยื่นจดลิขสิทธิ์ “ไอ้ไข่” ตั้งแต่ปี 51 รวม 10 รายการ



          น.ส.นุสรา กาญจนกูล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบการยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของวัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช พบว่า มีการยื่นจดผลงานลิขสิทธิ์เกี่ยวกับ “ไอ้ไข่” รวม 10 รายการ ได้แก่ ผ้ายันต์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ แบบที่ 1 ถึงแบบที่ 4 รูปหล่อบูชา ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ 1 และ 2 รูปหล่อลอยองค์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 2546 เหรียญอาร์ม พระครูเจติยาภิรักษ์และไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 2546 เหรียญวงรี ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 2526 แบบที่ 1 และเหรียญวงรี ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ปี 2546 แบบที่ 2 และจดเพิ่มต้นปี 2563 อีก 1 รายการ คือ งานนิพนธ์ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ซึ่งผลงานทั้งหมดจะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มีอายุการคุ้มครอง 50 ปี นับตั้งแต่เกิดผลงานนั้นๆ ขึ้นมา



          รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากใครจะนำผลงานของวัดไปใช้จะต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะดำเนินการได้ หากใครหรือวัดไหนจะเอารูปแบบของเหรียญที่เป็นวงรีและมีรูปไอ้ไข่ยืนไปทำเลียนแบบไม่ได้ ถ้าทำต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ถ้าจะทำเป็นเหรียญ โดยใช้ไอ้ไข่ นั่ง หรือนั่งชันเข่า หรือรูปแบบอื่นๆ สามารถทำได้ แต่คนจะเชื่อหรือนิยมหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะไอ้ไข่ ใครจะจินตนาการเป็นยังไงก็ได้ แต่จะไปห้ามไม่ให้ใช้ชื่อไอ้ไข่ไม่ได้ เพราะคำว่าไอ้ไข่ ไม่ได้รับการคุ้มครอง ใครก็สามารถใช้ได้ ส่วนประเด็นเรื่องรูปปั้น ก็ต้องตรวจสอบว่า ปั้นขึ้นมาเมื่อใด เพราะวัดไม่ได้ยื่นจดลิขสิทธิ์ไว้ แต่ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นเมื่อทำขึ้นมาในทันทีและจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย 50 ปี เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ต่อไป




 



 




 

ข่าวทั้งหมด