พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ป.ป.ส. ประชุมร่วมกับ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ หารือคดีเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ ความเชื่อมโยงกับคดีแอร์มินา และขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังดีเอสไอรับคดีเครือข่ายลำเลียงเฮโรอีนไปออสเตรเลียและไต้หวันเป็นคดีพิเศษ พบว่า จากคำให้การของนายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน 2 สามีภรรยาที่จับกุมที่ได้จังหวัดเลย ซึ่งให้การซัดทอดผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) ดีเอสไอได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 4 คน เป็นชาวลาว 3 คน และคนไทยอีก 1 คน หรือนายแคล้ว ที่ถูกจับกุมแล้วในพื้นที่ จ.เลย และกำลังประสานทางการ สปป.ลาว ติดตามจับกุมอีก 3 คน ที่อยู่ใน สปป.ลาวทั้งหมด มีความเชื่อมโยงขบวนการค้ายาเสพติดไปต่างประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับล็อตที่นำมาไทย ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้นำเฮโรอีนข้ามชายแดนจาก สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทย ก่อนส่งต่อให้ผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.เลย ซึ่งบางคนเคยถูกจับที่ไทยแล้ว ซึ่งทั้ง 4 คนนี้ยังไม่ใช่ระดับสั่งการ
ขณะที่คดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ จากการขยายผลภาพรวมทั้งหมด พบว่า เชื่อมโยงกับนายอุทัย ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และน่าเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นที่เชื่อมโยงกันระหว่าง 2 คดีนี้อีก แต่ยังไม่สรุปว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับ 'แอร์มินา' หรือไม่ เบื้องต้นพิสูจน์ทราบคนรับหิ้วได้แล้ว 4-5 คน แต่ละคนรับจ้างมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง โดยกลุ่มที่ออกหมายจับ ยังไม่ใช่อวตาร 'โรส โรส' ที่ว่าจ้างแอร์มีนา แต่เชื่อว่า 'โรส โรส' ไม่ได้เป็นผู้สั่งการเพียงคนเดียว ยังมีบุคคลอื่นอีก เพราะมีตัวละครหลายตัว
นอกจากนี้ ป.ป.ส. และดีเอสไอ เห็นร่วมกันสกัดกั้นการกระทำผิด ทำลายโครงข่ายของการนำพาเฮโรอีน หรือยาเสพติดทุกชนิดออกจากประเทศไทย ตั้งแต่ต้นทางจนถึง ปลายทาง ที่มีการซุกซ่อนสิ่งของไปต่างประเทศ ทั้งผู้ที่รับหิ้วส่งสินค้าไปต่างประเทศ แม้จะทราบหรือไม่ว่าซุกซ่อนยาเสพติด จะถือว่ามีความผิด ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร หลบหนีสิ่งของ ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุก ไม่เว้นแม้แต่ 'แอร์มินา' ดังนั้นหากใครทำอาชีพนี้อยู่ก็ขอให้เลิกเนื่องจากไม่คำนึงถึงชื่อเสียงของประเทศให้เกิดความเสียหาย
#เฮโรอีนข้ามชาติ
#ปปส
#ดีเอสไอ
ข่าวทั้งหมด