กรณีน้ำใต้ดินทะลักเข้าท่วมอุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บริเวณสถานีวงเวียนใหญ่ ศ.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ออกมาประเมินสถานการณ์เชิงลึกทางวิศวกรรมว่า แม้ในขณะนี้ความรุนแรงของพฤติการณ์จะยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเท่ากับเหตุการณ์สถานีวชิรพยาบาล (ถ.สามเสน) ที่ทรุดตัวเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 เนื่องจากรอบนี้เป็นเพียงการรั่วซึมของน้ำเข้ามาในอุโมงค์ โดยมองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวัง 4 ปัจจัยบ่งชี้ ซึ่งเป็น "สัญญาณอันตราย" ที่อาจนำไปสู่โครงสร้างดินถล่มซ้ำรอยอดีตได้ ดังนี้
การปนรวมของมวลดิน : น้ำที่รั่วซึมเข้ามาในอุโมงค์มีตะกอนดินหรือทรายปนเข้ามาด้วยหรือไม่ หากมีเนื้อดินปนเข้ามาแสดงว่าดินใต้ถนนด้านบนเริ่มละลายลงมาแล้ว
ความแรงและอัตราการไหล : อัตราการไหลของน้ำที่ทะลักเข้าอุโมงค์มีแนวโน้มลดลงหรือเพิ่มขึ้น หากเพิ่มขึ้นแปลว่ามีแรงดันมหาศาลอยู่เบื้องหลัง
เสถียรภาพของผิวทาง : การยุบตัวของพื้นผิวถนนในบริเวณใกล้เคียง
ความเสียหายของสิ่งปลูกสร้าง : การแตกร้าวของโครงสร้างอาคารพาณิชย์รอบไซต์งาน
ทั้งนี้ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ เน้นย้ำว่า การฉีดคอนกรีตผสมสารเกาะตัวอุดรอยรั่วที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น แต่ในระยะยาว รฟม. ต้องสั่งตรวจสอบ เทียบกับแบบก่อสร้างใหม่ทั้งหมดทั้งโครงการ เพื่อดูว่าระบบกันซึมในทุกจุดได้รับการติดตั้งตามมาตรฐาน และครบถ้วนจริงหรือไม่ ไม่ใช่ทำแบบวัวหายล้อมคอก
#บ่อพักน้ำรั่ว
#รถไฟฟ้าใต้ดิน
ข่าวทั้งหมด