ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 12.30 น. วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

15 กรกฎาคม 2563, 14:59น.


กลุ่มเสี่ยงสูงใกล้ชิดทหารอียิปต์ 9 คน ไม่พบเชื้อโควิด-19



           ความเข้มข้นในการตรวจหากลุ่มเสี่ยงที่มีความใกล้ชิดกับทหารอียิปต์ที่เข้ามาพักที่โรงแรมในจังหวัดระยอง และ 1 ในนั้น พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)  นายสาธิต​ ปิตุเตชะ​  รัฐมนตรี​ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ เปิดเผยถึง ผลตรวจโควิด-19​ ในกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดนายทหารอียิปต์ เบื้องต้น ผลตรวจ 9 คน ไม่พบเชื้อโควิด-19 ขอให้ประชาชนมั่นใจ และจังหวัดระยอง พร้อมจะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว



           สำหรับ​กลุ่มเสี่ยง ​9 ​คน​เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงคือ เจ้าหน้าที่โรงแรม​ดิวารี​ ที่ทหารอียิปต์เข้าพัก​ จำนวน 7 คน​ และคนขับรถตู้สนามบินอู่ตะเภา ​2 คน 



          ส่วนบรรยากาศด้านหน้าศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ซึ่งสถาบันป้องกันโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค นำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน มาให้บริการประชาชน ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้มีประชาชนเดินทางทยอยมารอเข้ารับการตรวจก่อนที่จะเปิดให้บริการในเวลา 07.00 น. จนแถวยาวไปจนถึงลานจอดรถ ซึ่งวันนี้กำหนดให้บริการตรวจ 300 คน สำหรับผู้ที่เคยมาศูนย์การค้าฯ ในวันเดียวกับ ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อลดความแออัด และป้องกันความเสี่ยงแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 



         การนำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ กำหนดเป็น 2 จุด



-ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น



-เซ็นทรัล ระยอง



ทั้งสองจุดจำกัดการตรวจทั้งหมด 900 คน โดยจะเป็นการเข้ามาตรวจค้นหาเชิงรุกในกลุ่มเป้าหมาย คือ คนที่มาเดินศูนย์การค้าแพชชั่นฯ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พนักงานโรงแรม พนักงาน ตม.ที่เจรจากับทหารอียิปต์ และพนักงานของศูนย์การค้า



          ส่วนการปิดโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง นายสาธิต กล่าวว่า จะดูความใกล้ชิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับทหารอียิปต์หรือไม่ สมควรที่จะต้องปิดสถานศึกษาหรือไม่ โดยดูจากกล้องวงจรปิด กรณีโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยที่ปิดการเรียน 1 วัน จากเหตุที่มีนักเรียนและครอบครัวไปพักโรงแรมเดียวกัน ชั้นเดียวกัน แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เด็กและครอบครัวไม่ได้เข้าไปใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับทหารอียิปต์ ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้มีการประสานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ระหว่างนี้ให้เรียนในระบบออนไลน์ 



CR:Facebook จ.ระยอง



นายกฯ ยืนยัน สิทธิพิเศษ คือ อนุญาตให้เข้ามาได้ แต่ต้องมีกติกา



          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง สถานการณ์โควิด-19 ว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานมายาวนานหลายเดือน ทุกคนต้องช่วยกันลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยความเข้าใจและต้องให้ความร่วมมือ ยืนยัน ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยืนยันมาโดยตลอด 



          นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วงนี้เหนื่อยทุกวัน เมื่อวานถูกเครื่องบินชนเป็นสายการบินของทหารอียิปต์ และกำลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลเท่านั้น ยืนยันไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ คำว่าสิทธิพิเศษ คือ อนุญาตให้เข้ามาได้ แต่ต้องมีกติกา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วตามขั้นตอน แต่หลบหนีออกไปเที่ยว ถือเป็นอีกเรื่องที่ต้องกลับมาวางระบบการดูแลให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องการผ่อนปรน หากทำเร็วเกินไปก็จะเกิดปัญหาบางส่วนได้ เช่น การรักษาระเบียบ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด ทุกอย่างอยู่ที่คน ที่ต้องร่วมมือกัน ระเบียบเป็นสิ่งที่เขียนไว้เท่านั้น ทุกคนต้องพัฒนาตัวเอง



          ส่วนนโยบายหลังโควิด-19 คือร่วมกันสร้างชาติ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ขอให้ทุกคนทำงานแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งรีบเกินไป และเชื่อมั่นว่าศักยภาพของทุกคนจะสามารถยกระดับการพัฒนาแต่ละด้านของประเทศได้  ขณะที่ วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่มองว่าได้สร้างโอกาสให้กับไทยในการย้ำถึงการเป็นครัวของโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ



ฝรั่งเศส ยกย่องบุคลากรทางการแพทย์ ในงานฉลองวันชาติ



          ฝรั่งเศส ประกาศยกย่องบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการต่อสู้กับโควิด-19 ในการเฉลิมฉลองวันชาติ 14 กรกฎาคม การจัดงานปีนี้ปรับลดระดับลง ยกเลิกขบวนพาเหรดทหารแบบดั้งเดิมเป็นครั้งแรกนับตั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2488 และผู้เข้าร่วมงาน 2,500 คนมีเพียงบุคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวของบุคลากรที่เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยในภาพที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล  มาครง ซึ่งไม่ได้สวมหน้ากากผ้ายืนอยู่บนด้านหลังของรถจี้ปทหาร ตรวจแถวทหารที่ยืนเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากในปลัส เดอ ลากงกอร์ด หรือจัตุรัสแห่งความปรองดอง



         วันชาติของฝรั่งเศสมีจุดเริ่มต้นจากการบุกเรือนจำบาสตีลเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2332 และถือเป็นการเริ่มต้นของการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งในทุกปีที่ผ่านมาจะมีการเฉลิมฉลองตั้งแต่คืนวันที่ 13 กรกฎาคม แต่เนื่องจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทำให้งานเลี้ยงต่าง ๆ ต้องถูกยกเลิก ประธานาธิบดีมาครง กล่าวว่า เขาสนับสนุนการสวมหน้ากากในระบบขนส่งสาธารณะ และพื้นที่ที่ไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังเตือนว่ามีความเสี่ยงที่จะมีการระบาดรอบที่สอง ขณะนี้ฝรั่งเศสกำลังมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งเตือนว่าภายในปีหน้าจะมีปัญหาคนว่างงานเพิ่มขึ้นอีก 900,000 คน



คาดการณ์อีก 80 ปี ประชากรโลกลดลงต่อเนื่อง รวมทั้งไทยด้วย  



          สถาบันเพื่อการวัดและประเมินสุขภาพ (Institute for Health Metrics and Evaluation : IHME) มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เผยแพร่รายงานคาดการณ์ว่าประชากรโลก อาจมีจำนวน 8,800 ล้านคน ในปี พ.ศ.2643 ซึ่งน้อยกว่าจำนวนที่สหประชาชาติคาดการณ์ไว้ 2,000 ล้านคน เมื่อถึงปลายศตวรรษนี้ จะมี 183 จาก 195 ประเทศ ที่เคยรับผู้อพยพเข้ามาจำนวนมากจะลดการรับผู้อพยพลงเพื่อรักษาความสมดุลของประชากร มากกว่า 20 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น, สเปน, อิตาลี, ไทย, โปรตุเกส, เกาหลีใต้และโปแลนด์ จะมีประชากรลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง โดยจีนจะมีประชากรลดลงจากจำนวนเกือบ 1,400 ล้านคน ลงมาอยู่ที่ประมาณ 730 ล้านคน แต่ในภูมิภาคซับซาฮาราในแอฟริกา จำนวนประชากรอาจเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า



          นายคริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวว่า การคาดการณ์เหล่านี้อาจหมายถึงข่าวดีสำหรับสภาพแวดล้อม และมีความเครียดน้อยลงในระบบการผลิตอาหารและการปล่อยคาร์บอนที่ลดลง รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคซับซาฮารา แต่คือความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศส่วนใหญ่นอกแอฟริกา เนื่องจากประชากรที่ลดลงอย่างมากจะมีผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงทางออกที่ดีที่สุดคือการสร้างความยืดหยุ่นด้านนโยบายการเข้าเมือง และการสนับสนุนทางสังคมสำหรับครอบครัวที่มีบุตร



          นอกจากนี้เมื่ออัตราการเกิดลดลง ขณะที่อายุเฉลี่ยของประชากรขยายออกไป การจัดบริการทางสังคมและระบบการดูแลสุขภาพเพื่อรองรับประชากรที่มีอายุมากขึ้นก็เป็นประเด็นสำคัญ โดยในรายงานระบุว่า จำนวนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ลดลงมากกว่าร้อยละ 40 คือจาก 681 ล้านคนในปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 401 ล้านคนในปี 2643 ขณะที่ประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีจะมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก



 

ข่าวทั้งหมด