เมื่อสัตว์มีพิษมาพร้อมกับฝน เล่นซ่อนหารอกัด ชื้น แฉะ รก.. ระวังไว้ให้ดี!

10 มิถุนายน 2562, 19:00น.


    ในช่วงหน้าฝนแบบนี้หลายๆ บ้าน คงจะกำลังนอนดูทีวี หรือขดตัวอยู่ในผ้าห่มหนาๆ อย่างสบายใจจนลืมไปว่าสัตว์มีพิษ เช่น งู แมงป่อง หรือพี่มากขาอย่างตะขาบ อาจจะกำลังอยากขดตัวอยู่ร่วมผ้าห่มด้วยก็เป็นได้! ซึ่งข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติพบว่า ปีที่ผ่านมามีผู้ถูกสัตว์มีพิษกัดกว่าหมื่นราย  ดังนั้นเราจึงต้องระวังตัวอย่างมาก

   ด้วยความที่ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน จึงมีความห่วงใยจากแพทย์หลายหน่วยงาน หนึ่งในนั้นคือ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่อยากจะให้ทุกคนระวังตัวมากๆ โดยเฉพาะแหล่งซ่อนตัวชั้นดีที่มีความชื้น แฉะ รก เพราะหากถูกสัตว์มีพิษเล่นงาน คงไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ซึ่งสัตว์มีพิษที่ควรระวังนอกจาก ตะขาบ แมงป่องแล้ว ก็ยังมีงู อสรพิษที่น่ากลัวที่สุด ณ ขณะนี้



        อสรพิษที่น่ากลัวที่สุดในประเทศไทย

         อสรพิษที่น่ากลัวที่สุดในประเทศไทยสุดๆ เลยขอยกให้งูเห่าไทย งูเห่าพ่นพิษสยาม  งูจงอาง และงูสามเหลี่ยม ซึ่งหากใครถูกพิษของงูเหล่านี้ล่ะก็ไม่ได้ลืมตาดูโลกอีกแน่ๆ เพราะกล้ามเนื้อทุกส่วน ย้ำว่าทุกส่วนจะอ่อนแรง และเป็นอัมพาต น้ำลายก็กลืนลำบาก ลิ้นเปลี้ย และหยุดหายใจ เสียชีวิต



        ยัง ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีงูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ ที่หากถูกกัดแล้วจะจะบวมไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ซ้ำยังทำให้เลือดในร่างกายไม่แข็งตัว ทำให้มีเลือดไหลตลอดเวลาในทุกๆ อวัยวะ เช่น มีเลือดออกในทางเดินอาหาร ในสมอง ตามไรฟัน แม้แต่ปัสสาวะก็ปนเลือด ไม่แน่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน สนุกสุดๆ ก็คราวนี้



        ใครว่างูอยู่แต่บนบกล่ะ ในทะเลก็ใช่ย่อย ต้องระวังงูทะเลให้ดี เพราะหากถูกกัดนอกจากจะปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว ก็ยังทำให้ปัสสาวะน้อย หรือมีสีเข้มยันดำ! ร้ายแรงที่สุดก็คงหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมคั่งในเลือด



        ในขณะที่สัตว์มีพิษอื่นๆ อย่างพี่กล้ามเดียวแมงป่อง และพี่มากขาตะขาบไฟ หากถูกเจ้า 2 ชนิดนี้ต่อย จะทำให้มีอาการ ปวด บวมแดง บางครั้งพบรอยไหม้ ซึ่งพิษของทั้ง 2 ชนิดสามารถออกฤทธิ์ต่อระบบประสาททำลายเม็ดเลือด บางคนรุนแรงคลื่นไส้  อาเจียน  เหงื่อแตก ตัวชา หัวใจเต้นผิดจังหวะและหมดสติในที่สุด

        แล้ววิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นล่ะ?

       ในทุกวิธีปฐมพยาบาลสิ่งแรกที่ควรทำไม่ว่าจะถูกสัตว์ชนิดใดกัด ต่อย คือ ล้างแผลให้สะอาด หากเป็นงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ห้ามกรีดหรือดูดบาดแผล ห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน รวมถึงห้ามปฐมพยาบาลด้วยการขันชะเนาะ ที่สำคัญควรนอนนิ่งๆ วางอวัยวะที่ถูกงูกัดให้ต่ำกว่าระดับหัวใจ และอย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น หากเป็นพี่กล้ามเดียวแมงป่อง และพี่มากขาตะขาบไฟ หลังจากล้างแผลเสร็จให้ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกต่อย และควรนอนนิ่งๆ อย่าเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้พิษกระจายไปเร็ว ซึ่งหากมีอาการบวมมากจนรับไม่ไหวให้รีบไปพบแพทย์ หรือโทร. สายด่วน 1669



        จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่ต้องระวัง สัตว์เลี้ยงสุดที่รัก รักที่สุดอย่าง สุนัข แมว หนู กระต่าย ฯลฯ เราก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย หมั่นสังเกตพื้นที่บริเวณรอบบ้านว่ามีส่วนไหนที่รก แฉะ ชื้นหรือไม่ ถ้ามีให้หลีกเลี่ยง รวมถึงพยายามอย่าปล่อยลูกรักให้เดินไปเหยียบย้ำ ประตู หน้าต่างก็ควรปิดให้มิดชิด สะบัดผ้าห่ม หมอนก่อนนอน ฯลฯ เพื่อไม่ให้มีเพื่อนร่วมเตียงเพิ่มอีกตัว หรือสองตัว

ข้อมูล : niems.go.th

ภาพ : niems.go.th, thai-snake.blogspot.com, homedecoration.nu, taludiving.com, kakaikainews.blogspot