รัฐบาลสั่งเข้มแก้ไฟป่าฝุ่นควันภาคเหนือ - ปภ. ระดมกำลังภาคพื้นดินและทางอากาศคุมสถานการณ์ลดผลกระทบต่อประชาชน

06 มีนาคม 2569, 18:08น.


รัฐบาลสั่งเข้มแก้ไฟป่าฝุ่นควันภาคเหนือ - ปภ. ระดมกำลังภาคพื้นดินและทางอากาศคุมสถานการณ์ลดผลกระทบต่อประชาชน ระดมเครื่องจักรกลจากศูนย์ ปภ.เขต ภาคเหนือ 5 แห่ง - ฮ.ปภ.32 บินทิ้งน้ำกว่า 66 เที่ยว ดับไฟป่าเชียงใหม่ ลำพูน 

 
      วันนี้ (6 มี.ค. 69) เวลา 16.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติการภาคพื้นดินและทางอากาศ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต กว่า 89 หน่วย และส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ขึ้นบินช่วยดับไฟป่าภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนแล้ว รวม 4 ครั้ง ใน 5 พื้นที่ รวมน 66 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำมากกว่า 198,000 ลิตร สามารถควบคุมไฟป่าในพื้นที่เข้าถึงยากและบรรเทาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ได้    





      นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ปี 2569 ที่มุ่งเน้นควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติ ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น ทั้งมาตรการงดการเผาทุกประเภท การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และการบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่กับท้องถิ่นท้องที่สื่อสารให้ประชาชนตระหนักความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ที่สถานการณ์ไฟป่ามีความรุนแรงมากขึ้น และได้ตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งหลายหน่วยงานได้สนธิกำลังเข้าควบคุมปกป้องดูแลป้องกันผลกระทบต่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง   



      สำหรับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เป็นไปตามแผนเผชิญเหตุของจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งการปฏิบัติการภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยการปฏิบัติการภาคพื้นดิน ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และเขต 16 ชัยนาท รวมทรัพยากรกว่า 89 หน่วย ให้พร้อมดูแลรับผิดชอบจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเครื่องจักรกลสาธารณภัยสำหรับการควบคุมไฟป่าและหมอกควัน อาทิ รถดับไฟป่าพร้อมอุปกรณ์ รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง ขนาดความจุ 10,000 ลิตร รถยนต์ดับเพลิงพร้อมระบบโฟมอัดอากาศแรงดันสูง พร้อมชุดยานยนต์ดับเพลิงฉีดหมอกน้ำ/โฟมด้วยระบบควบคุมระยะไกล รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล ชุดยานยนต์ดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ควบคุมระยะไกลและอุปกรณ์ เพื่อใช้สำหรับสนับสนุนการดับไฟป่า การทำแนวกันไฟ และเปิดทางเข้าพื้นที่ป่า พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนในพื้นที่ ตรวจตราจุดเสี่ยง ซึ่งพร้อมปฏิบัติงานร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของการปฏิบัติการทางอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 พร้อม The Guardian Team ไปประจำการสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยประจำการ ณ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน รวม 4 ครั้ง ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ครั้งที่ 1) พื้นที่ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 2) พื้นที่ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง และอำเภอเมืองฯ จังหวัดลำพูน 3) พื้นที่ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และ 4) ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รวมจำนวนทั้งสิ้น 66 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำมากกว่า 198,000 ลิตร สามารถควบคุมไฟป่าในพื้นที่เข้าถึงยากและบรรเทาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ได้    



      นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวต่อว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังได้บูรณาการการดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก อาทิ “โครงการป่าเปียก” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำปาง ซึ่งมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยใช้แนวคิดการเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าเพื่อสนับสนุนการจัดทำแนวกันไฟเปียก (Wet Fire Break) เพื่อช่วยลดโอกาสการลุกลามของไฟป่าและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังได้ประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ให้ร่วมกันเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จัดชุดลาดตระเวนป้องกันไฟป่า และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการแจ้งเตือนภัยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย    

      “การแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ ปภ. ได้ดำเนินการภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยทหาร หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตลอดจนภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันป้องกัน ควบคุม และลดผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควัน โดยมุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า การควบคุมการเผาในที่โล่ง และการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด และร่วมกันสอดส่องเฝ้าระวัง หากพบเห็นการเกิดไฟป่าหรือเหตุสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด เป็นไปตามมาตรการของรัฐบาลเพื่อดูแลผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว  



#ปภ #ข่าว #ไฟป่า #ฝุ่นละอองขนาดเล็ก #PM25 #ไฟป่าภาคเหนือ #เครื่องจักรกลสาธารณภัย



 

X