การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

วันนี้, 18:36น.


การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา)งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย



      ​วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวณัฐฐา กาสี รองผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (การเงิน บัญชี และพัฒนาธุรกิจ) ร่วมกับนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3  (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่น 1 แก้วสมุย รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชน ด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ รวมถึงผู้เข้าร่วมรับฟังผ่านทางออนไลน์ประมาณ 180 คน  



      โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางระหว่างฝั่งแผ่นดินใหญ่กับเกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน (1,080 วัน) โดยในขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามขอบเขตงานทั้งหมด และได้นำมาจัดการประชุมเพื่อเสนอสรุปผลการศึกษาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้จัดขึ้นเป็น 3 เวที เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างการมีส่วนร่วม ครอบคลุมทุกพื้นที่ของโครงการโดยเมื่อวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 จัดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันนี้ พฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จัดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจะจัดที่เกาะสมุยเป็นเวทีสุดท้าย ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 

 
      ข้อสรุปแนวเส้นทางและรูปแบบของโครงการฯ ที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการลงทุน และสิ่งแวดล้อม มีจุดเริ่มต้นโครงการฯ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการฯ โดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร ถนนของโครงการฯ ในช่วงที่ตัดผ่านพื้นที่อำเภอดอนสัก มีรูปแบบเป็นทางพิเศษระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ และมีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะใช้เขตทางเพื่อก่อสร้างทางพิเศษกว้าง 70 เมตร ทั้งตลอดเส้นทางมีที่ดินของเอกชนที่ต้องเวนคืนที่ดิน จำนวน 277 แปลง และมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ จำนวน 45 หลัง เฉพาะในพื้นที่โครงการในเขตอำเภอดอนสัก มีที่ดินที่ต้องเวนคืนจำนวน 55 แปลง และสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อย้าย จำนวน 9 หลัง ซึ่งในที่ประชุมระบุว่าการทดแทนราคาที่ดินจะอ้างอิงตามราคาซื้อขายกันในท้องตลาดในปีที่มีการเวนคืน ในขณะที่สิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อย้ายจะได้รับค่าทดแทนในราคาประเมินสำหรับปลูกสร้างนั้นในปีที่มีการเวนคืน และยังมีการทดแทนไม้ผลไม้ยืนต้น ตลอดจนผลผลิตและความเสียหายอื่น ๆ อย่างเป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2562   

      ความโดดเด่นของทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ คือ ช่วงโครงสร้างสะพานข้ามทะเลที่มีระยะทางราว 22 กิโลเมตร ที่จะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง ที่มีเสาสูงถึง 135 เมตร มีความยาวช่วงสะพานประมาณ 300 เมตร และมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางมากกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย ด้วยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและจะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเกาะสมุย   

      ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยจะมีด่านเก็บค่าผ่านทางบนแนวเส้นทางโครงการที่ กม.8+500 ในบริเวณดังกล่าวยังประกอบด้วยอาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษ (CCB) อาคารกู้ภัยและซ่อมบำรุง รวมถึงที่พักริมทาง (Rest Area) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางพิเศษทั้งทิศทางขาไป-ขากลับเกาะสมุย  



      มูลค่าลงทุนของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย รวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท เมื่อเปิดใช้บริการ คาดว่าจะมีปริมาณจราจรที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) เท่ากับ 3,049 คันต่อวัน จัดเก็บค่าผ่านทางแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) โดยในที่ประชุมได้เสนอว่า อัตราค่าผ่านทาง ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) สำหรับรถ 4 ล้อ รถ 6-10 ล้อ และรถมากกว่า 10 ล้อ เท่ากับ 1,000 2,000 และ 3,000 บาทต่อคันตามลำดับ คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี   

      โดยคาดการณ์ว่าปริมาณจราจรในปีที่ 30 (ปีงบประมาณ 2606) เท่ากับ 10,339 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอด 30 ปี ประมาณ 80,108 ล้านบาท โครงการ ฯ นี้ นอกจากจะเป็นทางพิเศษเชื่อมแผ่นดินกับเกาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่มีประโยชน์สูงสุดเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง ดังกล่าวแล้ว ยังมีการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณูปโภค   



      ในการที่จะนำระบบไฟฟ้า ประปา และสื่อสารข้ามทะเลจากฝั่งแผ่นดินใหญ่มายังเกาะสมุยบนโครงสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งจะทำให้ชาวเกาะสมุยมีระบบสาธารณูปโภคที่มั่นคง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เต็มประสิทธิภาพ   

      หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3  (สรุปผลการศึกษา) ครั้งนี้แล้ว กทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการฯ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ. 2576

#การทางพิเศษแห่งประเทศไทย #EXAT #EasyPass 



 

X