ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 07.30น.วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

23 กุมภาพันธ์ 2564, 08:48น.


คาดโทษคุก 7 ปี ร้านร่วมโครงการเราชนะ ฉวยโอกาสขึ้นราคา   



          นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ ได้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยไม่มีสาเหตุ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนว่า กรมการค้าภายใน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งออกตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ พร้อมประสานให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทั่วประเทศ เน้นย้ำให้ร้านค้าต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หรือจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควรโดยเด็ดขาด หากพบหลักฐานว่าร้านค้าใดจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินสมควร ก็จะดำเนินคดีตามมาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท



          ร้านธงฟ้าราคาประหยัด ได้ตั้งข้อกำหนดชัดเจนว่า ห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร ห้ามรับแลกเงินแทนการซื้อสินค้า และต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน หากตรวจพบพฤติกรรมว่าทำผิดข้อกำหนดจะถูกยกเลิกออกจากโครงการทันที กรมการค้าภายในหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่มีสิทธิเพิกถอนสิทธิ และจะแจ้งกรมบัญชีกลาง พิจารณาการส่งคืนเครื่องอีดีซี หรือยกเลิกการใช้แอปพลิเคชัน และจะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ต่อไป



          นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า หากประชาชนพบร้านค้าที่ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งกรมจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 



ยังขาดตลาด! น้ำมันปาล์มขวด ราคาพุ่ง 60 บาท    



          รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดราคาแพงและขาดแคลนยังทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดตามร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เกต บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี ไม่มีน้ำมันปาล์มขวดจำหน่ายแล้ว โดยได้รับแจ้งจากพนักงานว่าของขาดตลาด หรือบางครั้งก็ส่งมาเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่พอขายเพราะชาวบ้านมาแย่งซื้อกันหมด จนเกลี้ยงชั้นวาง เหลือเพียงแค่น้ำมันถั่วเหลืองวางจำหน่ายเท่านั้น ส่วนร้านค้าปลีกสมัยใหม่ แม้มีขายอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากและจำกัดห้ามซื้อเกินครอบครัวละ 3 ขวด  



-จากการสำรวจราคาจำหน่ายเกือบทุกพื้นมีการขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวดอีก 2-10 บาท โดยตามซูเปอร์มาร์เกต ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ปรับขึ้นจาก 2 สัปดาห์ก่อนอีกขวด 2 บาท จาก 47 บาท เป็น 49 บาท



-ร้านโชห่วย ร้านค้าในตลาดสด ปรับขึ้นราคาอีกขวดละ 5-10 บาท จาก 50 บาท เพิ่มเป็นขวด 55-60 บาท ทำให้ประชาชน พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนอย่างมาก  เนื่องจาก ร้านขายอาหารแบบทอดวันหนึ่งใช้ 7 ขวด เท่ากับมีต้นทุนเพิ่มถึงกว่า 100 บาท



          อธิบดีกรมการค้าภายใน คาดว่า ในเดือนมี.ค.64 สถานการณ์น้ำมันปาล์มจะเริ่มคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ โดยผลผลิตปาล์มจะทยอยออกสู่ตลาดอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงนี้ขอให้ผู้บริโภคใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าวไปก่อน ส่วนสถานการณ์จำหน่าย พบว่ามีราคาปรับขึ้นจริง ยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาการขาดแคลน บางพื้นที่มีการจำกัดการซื้อก็เพื่อต้องการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง 



          กรณีที่น้ำมันปาล์มขวด ตามร้านโชห่วย ร้านค้าในตลาดสด ขายแพงขึ้นเป็นขวด 60 บาท กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมตลาดสดไทย ให้เข้าไปดูแลการจำหน่าย ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาเกินจริงจนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ยืนยันว่า น้ำมันปาล์มแพงเป็นปัญหาระยะสั้น ๆ และหลังจากนี้น่าจะเริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น



 คลัง ชี้แจง"เราชนะ"กระตุ้นศก. 3.8 หมื่นล้าน



         น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประชาชนในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13,700,000 คน ได้มีการใช้จ่ายในโครงการเราชนะตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 64 จนถึงปัจจุบันไปแล้วจำนวนมากกว่า 22,761.2 ล้านบาท



          สำหรับประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com เป็นผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิร่วมโครงการฯ ผ่านแถบ (Banner) โครงการ "เราชนะ" ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้ว จำนวนมากกว่า 14,400,000 คน ได้มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.64 จนถึงปัจจุบันไปแล้ว จำนวนมากกว่า 15,762.4 ล้านบาท จึงมีผู้ใช้สิทธิโครงการฯ รวมแล้วมากกว่า 28,100,000 คน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วมากกว่า 38,524.6 ล้านบาท ผ่านผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการรายย่อยที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ มากกว่า 1.01 ล้านกิจการ 



ทุจริตคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน ที่ขอนแก่น ชาวบ้านเสียหายเกือบ 900 คน



          กรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านฝาง และ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ถูกกลุ่มข้าราชการครูในพื้นที่ ขอบัตรประชาชนแล้วถ่ายเอารูปบัตรประชาชนไปแลกกับเงิน 200 บาท ทุจริตในโครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมคนร้ายที่ร่วมขบวนการดังกล่าวได้รวม 5 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่



          นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น  กล่าวว่า จังหวัดได้สรุปรายละเอียดการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ตามแนวทางการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งไปยังกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสรุปคือมีชาวบ้านเป็นผู้เสียหาย ในเหตุการณ์นี้จำนวน 879 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองขอนแก่น,บ้านฝาง,หนองเรือ,โคกโพธิ์ไชย และ  อ.ภูผาม่าน ส่วนมูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องให้กระทรวงการคลังเป็นฝ่ายสรุป และสั่งการมายังจังหวัดว่าจะดำเนินการอย่างไรในขั้นตอนต่อไป



          ในส่วนทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการสืบสวนสอบสวนชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายจนครบทุกปากแล้ว และมีการจับกุมคนที่ร่วมกันก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้วรวมทั้งหมด 5 คน เหลือเพียงกรณีของการฉ้อโกง ที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่หรือกระทรวงที่ดูแลงบประมาณในโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันจะต้องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่จึงจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย



CR:สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 



 

ข่าวทั้งหมด