รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้ เปิดนักท่องเที่ยวระยะยาวเข้าไทย ไม่เสี่ยงโควิด-19 ระบาด

16 กันยายน 2563, 17:07น.


          หลังมีมติคณะรัฐมนตรี หรือ (ครม.)ที่ให้นักท่องเที่ยวระยะยาวเข้ามาเที่ยว โดยต้องกักตัวก่อน 14 วัน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงว่า จะนำเชื้อจากนอกประเทศเข้ามาแต่อย่างใด เพราะเหมือนกับมาตรการกักตัว 14  วัน ที่ทำอยู่ เพียงแต่ขยายกลุ่มเพิ่มเท่านั้น



          ส่วนกรณีเด็กเมียนมาอายุ 2 ขวบ ที่พบติดเชื้อหลังเดินทางกลับจากประเทศไทย ถึงเมียนมาวันที่ 4 ก.ย.เข้ารับการตรวจเชื้อในวันที่ 10 ก.ย. ผลออกว่า ติดเชื้อในวันที่ 13 ก.ย.นั้น อยู่ระหว่างขอข้อมูลไปยังทางการเมียนมา เบื้องต้นพบว่าต้นทางมาจากพระนครศรีอยุธยา แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดว่าไปอยู่ที่จุดไหน หรือมาทำอะไร ต้องรอข้อมูลเพื่อสอบสวนโรคต่อไป ส่วนที่มีคำถามว่าถ้าเด็กรายนี้กลับจากไทยถึงเมียนมาวันที่ 4 ก.ย. ตรวจเจอเชื้อวันที่ 10 ก.ย. ก็เป็นไปได้ที่จะติดเชื้อจากภายในประเทศเมียนมาเอง แต่ถ้าคิดเช่นนั้นคงเป็นการประมาทเกินไป ดังนั้น เราต้องรอข้อมูลจากเมียนมาเพื่อสอบสวนโรคของเราต่อไป ตอนนี้ที่จังหวัดอยุธยายังไม่ต้องทำมาตรการอะไรเป็นพิเศษ



          จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้ในหลายๆ ที่ พบว่าหลังรับเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการได้ตั้งแต่ 4-5 วัน หรือยาวนานไปจนถึง 14 วัน อย่างไรก็ตามการตรวจสารพันธุ์กรรมเชื้อฯ นั้นเจอได้ตั้งแต่ช่วงก่อนและหลังมีอาการ แต่ส่วนใหญ่ในช่วง 9 วันนั้น เป็นเชื้อที่ยังมีชีวิต สามารถแพร่โรคได้ และตั้งแต่วันที่ 10 เป็นต้นไป ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อที่ตายแล้ว หรือซากเชื้อฯ ที่ไม่สามารถแพร่โรคได้ ส่วนกรณีพบว่ามีคนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยและตรวจเจอสารพันธุ์กรรมของเชื้อฯ นั้นเมื่อสอบสวนกลับไปก็พบว่าเคยติดเชื้อมาก่อน จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีการระบาดไปทั่วโลก



          ดังนั้นการจะรู้ว่า คนคนนั้น เคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ หรือแม้แต่ในประเทศไทยเอง ต้องมีการตรวจหาภูมิคุ้มกัน หากมีภูมิคุ้มกันก็แปลว่า เคยติดเชื้อมาแล้ว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการติดเชื้อซ้ำในระยะ 3-4 เดือน เพราะมีรายงานพบอยู่ประมาณ 2-3 ราย และยังพบด้วยว่า การติดเชื้อซ้ำนั้นเป็นคนละสายพันธุ์กับตัวที่เคยติดมาก่อน ดังนั้นขณะนี้ จึงได้กำชับทีมระบาดวิทยาว่าในการลงพื้นที่สอบสวนโรค นอกจากเก็บเชื้อในลำคอแล้ว ให้เก็บตัวอย่างเลือดมาตรวจหาภูมิคุ้มกันด้วย เพื่อจะได้ทราบว่ามีใครเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่



          สำหรับสถานการณ์ในเอเชียขณะนี้พบว่า ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียยังมีอัตราป่วยต่อ 1 ล้านประชากรที่สูงที่สุด ที่น่าห่วงคือสถานการณ์การระบาดในเมียนมาขณะนี้ซึ่งยังควบคุมไม่ได้ ถือเป็นความเสี่ยงมากสำหรับประเทศไทยเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ทั้ง 10 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับเมียนมามีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น รวมถึงจังหวัดที่มีการจ้างงานแรงงานเมียนมาจำนวนมากต้องมีการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และปอดอักเสบในพื้นที่ และต้องขอร้องผู้ประกอบการไม่รับแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายด้วย โดยขอให้อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.)ช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย



 

ข่าวทั้งหมด