ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น. วันพุธที่ 8 มกราคม 2563

08 มกราคม 2563, 08:48น.


กต.พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานฉุกเฉินช่วยคนไทย



          น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประชุมผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศเพื่อรับทราบรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้องและหารือกันเพื่อประเมินสถานการณ์ในประเทศอิรัก โดยเห็นพ้องกันให้สถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และประเมินอย่างใกล้ชิด เน้นการให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือน การติดต่อและการดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยที่อยู่ในอิรักและอิหร่านรวมทั้งเตรียมความพร้อมของแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็น กระทรวงการต่างประเทศพร้อมเรียกประชุมคณะทำงานศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน (Rapid Response Center - RRC) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือคนไทย



ผู้นำสหรัฐฯ เรียกประชุมฉุกเฉินหลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในอิรัก



          กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯออกแถลงการณ์ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี ) ยิงจรวดมากกว่า 20 ลูก โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 2 แห่งในอิรัก คือที่จังหวัดอันบาร์ ในภาคตะวันตก และในเมืองเออร์บิล ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ในภาคเหนือของอิรัก ตั้งแต่ช่วงเย็นวันอังคารต่อเนื่องช่วงรุ่งเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังประเมินขอบเขตของความเสียหาย ขณะที่ทำเนียบขาวรายงานเพิ่มเติมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมดแล้ว



          หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดเหตุโจมตีฐานทัพอากาศอัล-ซาอาดที่ตั้งอยู่ในอิรัก ซึ่งเป็นที่พักของทหารอเมริกันและทหารต่างชาติ โดยกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายโจมตีฐานทัพด้วยจรวดหลายลูก แต่ยังไม่มีรายงานความสูญเสีย เหตุโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างข่มขู่ว่าจะโจมตีอีกฝ่าย ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์  ได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่าน รายงานว่า กองกำลังทางอากาศแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือไออาร์จีซี เปิดฉากปฏิบัติการ "นักบุญโซเลมานี" ยิงขีปนาวุธนำวิถีจำนวนอย่างน้อย 10 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศอัล-อาซาด ในอิรัก และเตือนให้กองทัพสหรัฐฯและชาติตะวันตกในอิรัก เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีระลอกต่อไปด้วย  เมื่อวันเสาร์ ยังมีเหตุกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงปืนครกโจมตีเขตกรีนโซนของกรุงแบกแดด โดยกระสุนปืนครกตกใกล้กับสถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งปิดทำการ และยังมีเหตุยิงจรวดโจมตีฐานทัพอากาศอัล-บาลัด ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางเหนือประมาณ 64 กม.โดยฐานทัพอากาศแห่งนี้เป็นหนึ่งในฐานทัพหลายแห่งในอิรักที่มีทหารสหรัฐฯประจำการ ซึ่งกองทัพอิรัก ยืนยันว่าทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต



น้ำมันโลกลดลง –ทองคำขยับขึ้น 10 วันติดต่อกัน นานที่สุดในรอบ2ปี



          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 57 เซ็นต์ ปิดที่ 62.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 64 เซ็นต์ ปิดที่ 68.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน นักลงทุนกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านกรณีสหรัฐฯปฏิบัติการสังหารพล.ต.กัสซิม โซเลมานี ดาวโจนส์ ลดลง 119.70 จุด ปิดที่ 28,583.68 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 9.10 จุด ปิดที่ 3,237.18 จุด แนสแดค ลดลง 2.88 จุด ปิดที่ 9,068.58 จุด ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยลดลงร้อยละ 8.2 มาที่ระดับ 4.31 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการนำเข้าที่ลดลงทั้งในส่วนของน้ำมันดิบ คอมพิวเตอร์และซัพพลายภาคอุตสาหกรรม



          ราคาทองคำ ขยับขึ้น 10 วันติดต่อกันนานที่สุดในรอบ 2 ปีและปิดระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 จากแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 5.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,574.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์



เกาหลีใต้ คืนโควตาการส่งออกข้าวให้ไทยแล้ว




          นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่เกาหลีใต้ปรับเปลี่ยนระบบการนำเข้าข้าวและผลิตภัณฑ์ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก(WTO) จากการให้โควตาข้าวรายประเทศมาเป็นโควตารวม โดยสมาชิก WTO ได้โควตารวมกัน 408,700 ตันต่อปี ซึ่งไทยและประเทศผู้ส่งออกข้าวสำคัญของโลก ได้แก่ จีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเวียดนาม ร่วมกันยื่นคัดค้าน และได้มีการหารือกับเกาหลีใต้ อย่างต่อเนื่อง จนได้ข้อสรุปว่า เกาหลีใต้จะจัดสรรโควตาข้าวรายประเทศคืนให้แก่ทั้ง 5 ประเทศ โดยใช้ปริมาณที่เกาหลีใต้นำเข้าข้าวเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2558 - 2560 เป็นพื้นฐานในการคำนวณ และมีการลงนามความตกลงจัดสรรโควตาข้าวภายใต้กรอบWTO ระหว่างเกาหลี กับ ไทย ออสเตรเลีย จีน สหรัฐฯ และเวียดนาม เมื่อปลายเดือนธ.ค. 2562



          สำหรับไทยได้รับจัดสรรโควตาส่งออกข้าวไปเกาหลีใต้ ในปริมาณ 28,494 ตันต่อปี อัตราภาษีร้อยละ 5 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นโอกาสที่ไทยจะสามารถขยายการส่งออกข้าวไปเกาหลีใต้ได้เพิ่มขึ้น โดยในปี 2561 ไทยส่งออกข้าวไปเกาหลีใต้ ปริมาณ 20,699 ตัน และในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-พ.ย.) ส่งออก 675 ตัน เกาหลีใต้ เป็นตลาดส่งออกข้าวไทยอันดับที่ 51 ของไทย ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าข้าว อันดับที่ 2 ของโลก รองจากอินเดีย ในช่วง 11 เดือนแรก ของปี 2562 (ม.ค. – พ.ย.) ไทยส่งออกข้าวสู่ตลาดโลก มูลค่า 3,897 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐฯ เบนิน แอฟริกาใต้ และจีน 



ตร.จะแก้กฎหมายจำคุกทันทีคนเมาแล้วขับทำผิดซ้ำ



          พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลคดีคนเมาในปี 2562 แล้วขับมีประมาณ 70,000 รายต่อปี และในจำนวนนี้ร้อยละ 30 กลับมาทำความผิดซ้ำ แสดงให้เห็นว่าคนทำผิดยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตามข้อกฎหมายเมาแล้วขับโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท เมื่อรับสารภาพตามคำพิจารณาของศาลลดค่าปรับเหลือครึ่งหนึ่ง บำเพ็ญประโยชน์ 7 วัน และรอลงอาญา 1 ปี ทั้งนี้คนเมาแล้วขับที่ทำผิดซ้ำจึงรู้สูตรนี้ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ยกตัวอย่างวันนี้ถูกจับเมาแล้วขับ พรุ่งนี้เช้าไปศาล ศาลสั่งปรับ รับสารภาพจ่ายค่าปรับครึ่งหนึ่ง บำเพ็ญประโยชน์ 7 วัน กลับมาบ่ายดื่มเหล้าต่อ ดังนั้นจะต้องทบทวนข้อกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษ เมื่อเมาแล้วขับกระทำความผิดซ้ำ ต้องสั่งจำคุก ซึ่งอาจเริ่มต้นจำคุก 3 วัน 7 วัน หรือ 15 วัน เพราะตอนนี้ฐานข้อมูลของคนเมาแล้วขับเป็นเรียลไทม์และมีความเสถียรแล้ว เมื่อคีย์ข้อมูลเลขประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลักสามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้กระทำผิดเมาแล้วขับได้



          ช่วง 7 วัน รณรงค์เทศกาลปีใหม่ (27 ธ.ค. 2562-2 ม.ค. 2563) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุ เกิดอุบัติเหตุทางถนน 3,421 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 373 ศพ บาดเจ็บ 3,499 คน สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สูงสุดคือดื่มแล้วขับ ร้อยละ 32.68 ขับรถเร็วร้อยละ 29.00 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด คือไม่สวมหมวกกันน็อก ร้อยละ 56.12 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 22.49



ได้เบาะแสคนขโมยไข่เต่ามะเฟือง เพิ่มรางวัลนำจับอีก 50,000 บาท



          พ.ต.อ.ประเทือง ศรีละมนตรี ผกก.สส.ภ.จว.พังงา พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรยุทธ สิทธิรัตนกุล ผกก.สภ.ท้ายเหมือง นายหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง พร้อมกำลังชุดสืบสวนภ.จว.พังงา ตำรวจภูธรภาค 8 และสภ.ท้ายเหมือง ลงพื้นที่หาดท้ายเหมือง หมู่ 4 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เพื่อตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเส้นทางของผู้ต้องสงสัยที่ขโมยไข่ของเต่ามะเฟืองไป พบว่ากล้องวงจรปิดบริเวณศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองท้ายเหมืองสามารถบันทึกภาพรถจักรยานยนต์ 1 คัน ขณะขับผ่านเลียบชายหาดเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 2 ม.ค.2563 และมีร่องรอยรถจักรยานยนต์ตลอดแนวชายหาดแต่หายไปบางส่วนในบริเวณน้ำทะเลท่วมถึง ไปจนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุก่อนจะกลับออกมาในเวลา 02.50 น. ของวันที่ 3 ม.ค. ผ่านชุมชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณชายหาด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำภาพวงจรปิดไปตรวจสอบ เพื่อระบุป้ายทะเบียนและรูปพรรณคนร้ายคาดว่าไม่นานจะสามารถตามจับกุมตัวได้



          นายพีระ เพชรพาณิชย์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายบุญชู แพใหญ่ นายกสมาคมเรือประมงจังหวัดพังงา นายกิจก้อง ตันติจรัสวโรดม ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ ในนามสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงาร่วมกับสมาคมเรือประมงจังหวัดพังงา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางกลุ่มของตนเองได้มีการสนับสนุนในการอนุรักษ์เต่าทะเลอย่างต่อเนื่อง พอได้ยินข่าวว่ามีคนมาขโมยไข่เต่ามะเฟืองก็รู้สึกเสียใจและอยากมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ จึงสนับสนุนเงินรางวัลนำจับอีก 50,000 บาท ทำให้รวมยอดเงินรางวัลนำจับขโมยไข่เต่ามะเฟืองขณะนี้เป็น 150,000  บาท และขอให้จับคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว



CR:CNN,BBC 




 

ข่าวทั้งหมด