ในการที่พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจเยี่ยมการทำงานและมอบนโยบายให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ พร้อมมอบนโยบายแก่นางสุวณา สุวรรณจูฑะ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ เจ้าหน้าที่ระดับสูง เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภายในและการดำเนินงานของดีเอสไอ ซึ่งพลเอกไพบูลย์ กล่าวว่า จะต้องมีการทบทวนการทำงานและวัตถุประสงค์ของดีเอสไอ เพราะที่ผ่านมาในการรับคดีพิเศษนั้นใช้ดุลพินิจรายบุคคลในการรับเรื่อง ซึ่งง่ายต่อการถูกแทรกแซง และก้าวก่ายในการทำงานของหน่วยงานอื่น และให้เวลาในการทบทวนหลักเกณฑ์การทำงานของกรมเป็นระยะเวลา 2 วัน แล้วกลับมารายงาน ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่า ดีเอสไอ ควรกลับไปใช้ระบบคณะกรรมการในการพิจารณาคดีที่จะนำเข้าเป็นคดีพิเศษ ในลักษระของคณะกรรมการชุดใหญ่ 21 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นอกจากนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 13 หน่วยงานของดีเอสไอทำรายงานสรุปผลการทำงานของทุกคดีที่ผ่านมา เพราะต้องการศึกษาว่ามีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไรถึงรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งพลเอกไพบูลย์ ยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรมในการทำคดีกับทุกกลุ่ม ไม่แบ่งแยกว่าเป็นการชุมนุมของกลุ่มไหน เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน
ด้านนางสุวณา รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การทำงานของดีเอสไอให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการทำงานและเพื่อให้ได้รับความน่าเชื่อถือ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการนัดประชุมเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เพื่อหารือเรื่องนี้ ทั้งยอมรับว่ามีความหนักใจและกดดันเรื่องภาพลักษณ์การทำงานของดีเอสไอ เพราะมีการคาดหวังการทำงานจากหลายฝ่าย จึงต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการทำคดีจะต้องมีความรู้ความสามารถที่พิเศษ และจะยังไม่มีการปรับโครงสร้างเจ้าหน้าที่ใหม่ แต่จะใช้บุคลากรที่มีอยู่ โดยจะสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น
...ผสข.สานนท์ เจริญพันธุ์