รองนายกฯ ปกรณ์ หารือประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ จัดตั้ง TI Thailand Chapter

วันนี้, 17:35น.


          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายฟรองซัวส์ วาเลเรียน ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ในโอกาสเยือนประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญของการหารือคือ การยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต เพื่อประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนขับเคลื่อนนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม



          ด้านนายฟรองซัวส์ฯ กล่าวแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมขอบคุณรัฐบาลและ ป.ป.ช. ที่เชิญให้เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยนวัตกรรมการต่อต้านการทุจริตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4 เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการประชุมที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ตลอดจนชื่นชมความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตของไทย ทั้งการจัดตั้งกลไกประสานงานด้านการต่อต้านการทุจริต การเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership: OGP) รวมถึงความก้าวหน้าในการดำเนินกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD



          โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ดังนี้



1. การเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ เสริมประสิทธิภาพการป้องกันการทุจริต รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน ลดการใช้ดุลยพินิจ เสริมความโปร่งใส และยกระดับการป้องกัน ตรวจจับ และเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการทุจริต ตลอดจนสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย



          ด้านนายฟรองซัวส์ฯ ชื่นชมนโยบายและเห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มีบทบาทสำคัญในการตรวจจับความผิดปกติและป้องกันการทุจริต โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องควบคู่กับมาตรการป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์



2. การขับเคลื่อน Open Government และ Open Data ยกระดับการบริหารภาครัฐ โดยไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตเชิงรุก โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันแนวคิด Open Government และ Open Data เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำกับดูแลภาครัฐ



          ด้านนายฟรองซัวส์ฯ รับทราบถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลตามแนวทางสากล พร้อมเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะจะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส เพิ่มความรับผิดชอบของภาครัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน



3. การส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าในการจัดตั้ง Transparency International Thailand Chapter ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากนานาประเทศ โดยนายฟรองซัวส์ฯ ยินดีสนับสนุนการจัดตั้ง Transparency International Thailand Chapter และการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล



4. การสร้างวัฒนธรรมไม่ยอมรับการทุจริต เสริมพลังภาคประชาชนและคนรุ่นใหม่ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างค่านิยมที่ไม่ยอมรับการทุจริตในสังคม และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรมตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การต่อต้านการทุจริตเกิดผลอย่างยั่งยืน ด้านนายฟรองซัวส์ฯ เห็นพ้องว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนรุ่นใหม่ การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และการทำให้กฎหมายและกลไกต่อต้านการทุจริตสามารถบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมในระยะยาว



          ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบบริหารราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป



...



ทำเนียบรัฐบาล

ข่าวทั้งหมด

X