ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมขณะนี้อยากให้ทุกคนตั้งใจกันทำงานอย่างเต็มที่ ความจริงระเบียบในการบริหารจัดการเรื่องน้ำท่วมหรือสาธารณภัยต่างๆ คนโบราณเขากำหนดขั้นตอนหรือรูปแบบต่างๆไว้ดีมากแล้ว ก่อนเกิดเหตุเราต้องตระเตรียมทั้งเรื่องแผนงาน เรื่องการสำรวจพื้นที่ เช่นพื้นที่กีดขวางทางน้ำหรือการจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย หรือการเปิดให้ประชาชนได้มีโอกาสซักซ้อมแผน ที่สำคัญคือผู้บริหารระดับสูงต้องสร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนในการประชุมซักซ้อมล่วงหน้า แต่น่าเสียดายในช่วงที่ผ่านมาเราเคยมีคณะขององคมนตรีลงมาติดตามประชุมล่วงหน้าเป็นเดือนก่อนเกิดเหตุอยู่เสมอ แต่เข้าใจว่าก่อนหน้านี้มันมีดรามาเรื่องที่ไปโจมตีคณะองคมนตรีที่ลงมาช่วยในการรับฟังการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ห้องประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งเป็นที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ (บกปภ.ช.) แต่มีบางส่วนไปดรามา เพราะฉะนั้นปีนี้ก่อนน้ำท่วมเราจะไม่ได้เห็นภาพองคมนตรีมาติดตาม
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญที่สุดคือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ต้องรับผิดชอบจะต้องมีความตื่นตัวและซักซ้อม ช่วยกันบริหารจัดการเพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุ เพราะวงรอบของสาธารณภัยจะมีคล้ายเดิมทุกครั้ง ซึ่งการบริหารจัดการในช่วงของการเผชิญเหตุซึ่งมีการจำกัดของพื้นที่ แต่ทรัพยากรในการบริหารจัดการเพื่อช่วยประชาชนที่อยู่นอกพื้นที่ ที่ไม่มีน้ำท่วมก็มี ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการได้ เพราะฉะนั้นตนคนแก่แล้วก็ได้แต่ส่งกำลังใจ ส่วนอื่นๆก็ต้องไปให้ทางท่านผู้มีอำนาจหน้าที่ได้ช่วยกันจัดการ ความจริงสื่อมวลชนก็สามารถเตือนได้ให้เอาความคิดเห็นที่ดีๆไปดำเนินการ เพราะเรื่องอย่างนี้ต้องช่วยกัน เรื่องเหล่านี้มีรูปแบบมีแบบแผน อยู่ที่การบริหารจัดการ เพียงแต่ว่าต้องเอาใจใส่และต้องทำตามแผน ทำตามขั้นตอนที่ชัดเจนอย่าไปละเลยหรือตกอยู่ในความประมาท อย่าไปทำเรื่องกระพี้จนลืมเรื่องแก่น และกรณีน้ำท่วมมีปัญหาที่เกิดหลังน้ำท่วมอีก เช่น กรณีขยะ เหมือนกับฝีมันแตก ตนดูข่าวเยอะและได้เห็นมีการนำขยะพิษไปทิ้งในพื้นที่ถูกสั่งปิด ถ้าผู้บริหารหรือรัฐบาลรู้ก็ต้องรีบดำเนินการ
เมื่อถามว่า มองว่าที่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาบริหารในกระทรวงมหาดไทยและมีการโยกย้ายข้าราชการประจำมองดูแล้วมากเกินไปหรือไม่ นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปกติการโยกย้ายจะมีเติมอยู่แล้ว และตามกฎหมายนักการเมืองก็มักจะอ้าง ว่าตนเองไม่ได้เป็นคนสั่งย้ายเป็นเรื่องของอธิบดีหรือปลัดกระทรวง พวกเราก็ใช้วิจารณญาณคิดดู แต่การโยกย้ายก็ต้องดูให้เหมาะสม เพราะมันมีฤดูกาลโยกย้ายของมันอยู่แล้ว
ขณะเดียวกันช่วงเกิดสาธารณภัย หรือเกิดช่วงที่กำลังเผชิญเหตุเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกก็จะลำบาก โบราณเขาไม่ทำกัน ถ้าจะเปลี่ยนเพราะไม่มีวิธีการใดอื่น ก็ต้องเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าไปแทน แต่มันมีแนวทางที่ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าถ้าคุณสอนไม่ได้ก็ต้องส่งคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาไปกำกับดูแล ไปช่วยเขาไปเป็นที่ปรึกษาเขา ไปนำการทำงาน อย่างเช่นผู้ตรวจการ อย่างกรณีนายอำเภอบ้านสร้าง เขาอยู่มา 4-5 ปี เขารู้จักพื้นที่ดี ถึงอย่างไรก็ยังมีประโยชน์ ถ้าไม่ไว้ใจเขาก็อาจจะส่งผู้ตรวจหรือปลัดจังหวัดไปลงพื้นที่ เพราะถึงอย่างไรก็อาวุโสกว่า เป็นผู้บังคับบัญชาอยู่แล้วให้ไปช่วยทำ กระทรวงมหาดไทยต้องเอาทุกข์สุขของประชาชนเป็นหัวใจ
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า กรณีอดีตผู้ว่าฯปราจีนบุรี ที่คนเรียกผู้ว่าฯสีเทาแต่ไม่ใช่ตนที่เรียก เขาก็เป็นผู้ว่าฯปราจีนมา 2-3 ปีแล้ว ซึ่งอดีตผู้ว่าฯก็อยู่กับนายอำเภอบ้านสร้างอย่างน้อย 2 ปีแล้ว และจะมารู้สึกว่าไม่เหมาะสมวันที่ 30 ก.ย. ตอนเหลือไม่ถึง 24 ชั่วโมงจะเกษียณ มันก็ไม่สมเหตุสมผล ตนรับไม่ได้ ส่วนตัวตนไม่รู้จักนายอำเภอ อย่างไรก็ตาม กรณีการย้ายนายอำเภอบ้านสร้างปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนร่วมกันของสังคมและของผู้มีอำนาจ อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บเลย ช่วยกันเดินไปข้างหน้า
ข่าวทั้งหมด