IMF คาดการณ์ GDPของไทย ในปีนี้ โตได้ร้อยละ 2.1 กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เศรษฐกิจชะลอตัว จากสงคราม

วันนี้, 10:56น.


          กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) หรือ WEO ฉบับล่าสุด ในวันนี้ (13 ต.ค.) ในการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งกำลังมีขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก ปี 2569 เป็น 3.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค. ที่เคยประเมินไว้ที่ 3.0%



         IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวเกิน 3% ได้ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการลงทุนอันแข็งแกร่งในภาคส่วนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในฝั่งขาลงยังคงเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีหลายประเทศเริ่มถูกทิ้งห่างและมีความเปราะบางมากขึ้นจากภาระหนี้สินที่พุ่งสูง



         ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวใกล้เคียงกับคาดการณ์ในกรณีที่ดีที่สุดที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนเม.ย. แต่ยังคงต่ำกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3.5%



       ส่วนในปี 2570 นั้น IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.4% ทรงตัวจากตัวเลขประมาณการในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.2% จากประมาณการเมื่อเดือนเม.ย.



       ตัวเลขคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI รวมถึงประเทศผู้ผลิตและส่งออกฮาร์ดแวร์ AI เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก และไทย



       ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย จะขยายตัวได้ 2.1% และดีขึ้นต่อเนื่องเป็น 2.2% ในปี 2570 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้ IMF คาดว่าจะอยู่ที่ 2.1% และลดลงเหลือ 1.7% ในปี 2570 โดยมองว่าประเทศไทยได้ผ่านสภาวะเงินฝืดไปแล้ว



          หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีความยืดหยุ่น แต่ความยืดหยุ่นนั้นกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยความเสี่ยงต่อการเติบโตยังคงเอียงไปทางด้านลบ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่ออัตราเงินเฟ้อและทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง นอกจากนี้ แนวโน้มทางการคลังที่ย่ำแย่ลง การทบทวนความคุ้มค่าในการทำกำไรของ AI รวมถึงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว อาจยิ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจอ่อนแอลงไปอีก



          IMF ยังได้ออกมาชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จาก AI กับกลุ่มประเทศที่ตกขอบและเสียโอกาสจากเทคโนโลยีนี้



          ขณะนี้มีเพียง 32 ประเทศเท่านั้นที่ครองสัดส่วนสูงถึง 95% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ลดลงอย่างน่าตกใจจากเดิมที่มีถึง 54 ประเทศในการประเมินเมื่อเดือนเม.ย. โดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ลงถึง 47% นับตั้งแต่ที่ได้เผยแพร่ตัวเลขประมาณการเมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศผู้นำเข้าน้ำมันหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าเทคโนโลยี AI



          กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปรับลดคาดการณ์ในครั้งนี้ คือกลุ่มประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน โดย GDP ของซาอุดีอาระเบีย น่าจะหดตัวลง 3.3% ในปี 2569 ซึ่งพลิกผันอย่างสิ้นเชิงจากที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนก.ค.ว่าจะเติบโตได้ 1.7%



เศรษฐกิจอิหร่าน อิรัก คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ น่าจะถดถอยอย่างรุนแรงเช่นกัน โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ในปี 2569 จะหดตัวลง 7.6%, 16%, 16.7%, 15.6% และ 3.9% ตามลำดับ



         สำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ IMF คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะโต 2.3% สำหรับทั้งปี 2569 และปี 2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เดิมในปี 2569 แต่เพิ่มขึ้น 0.1% สำหรับปี 2570 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง การลดภาษี และการลงทุนในเทคโนโลยี AI แม้แรงส่งจาก AI จะถูกหักล้างไปบ้างจากสัดส่วนการนำเข้าที่สูง



          ด้านการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2569 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.1% จากเดิม 0.9% อันเป็นผลจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี AI รวมถึงการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศที่สูงขึ้นในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)



          IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้เป็น 1.3% เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก.ค. อันเป็นผลจากการลงทุนในเทคโนโลยี AI เช่นกัน



          ส่วนจีน IMF คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 4.5% สำหรับปี 2569 และ 4.0% สำหรับปี 2570 ลดลง 0.1% จากคาดการณ์เมื่อเดือนก.ค. ทั้งคู่ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ซ้ำเติมอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ แม้ภาคการส่งออกจะยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่อินเดียยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยคาดว่าจะโต 7.0% ในปี 2569 และ 2570 เพิ่มขึ้น 0.6% ในปี 2569 และ 0.3% ในปี 2570 เมื่อเทียบกับคาดการณ์เมื่อเดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ ภาคการบริการ และการลงทุน AI ที่แข็งแกร่ง



 

ข่าวทั้งหมด

X