ผว.กทม.ฟิตประชุมนัดแรกสั่งแก้ 4 เรื่องเร่งด่วนภายใน7 วันทำจัดทำตัวชี้วัด (KPI) สำหรับทุกหน่วยงาน

วันนี้, 20:10น.


          นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือเร่งด่วนใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการธุรกิจข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย การบริหารจัดการอาคารเก่า การจัดการปัญหาขยะ และการดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริต โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร ดินแดง 



           หลังการประชุมว่า ประเด็นแรกในการประชุม คือการแปลงนโยบายไปสู่แผนยุทธศาสตร์ ซึ่งสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลได้ดำเนินการจัดทำตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนสำหรับทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินงานได้ทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีแผนการทำงานร่วมกัน และสามารถกำหนดผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายใน 100 วันได้อย่างชัดเจน   วันนี้โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กอ.รมน. กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขต เข้าร่วมประชุม โดยมีข้อสั่งการสำคัญ ประเด็นแรกให้เข้มงวดในส่วนที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพขายของ หาบเร่ แผงลอย หรือประกอบกิจการที่กฎหมายห้ามไว้ ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรณีเป็นชาวต่างชาติ กรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง จึงต้องส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการ พร้อมติดตามผลว่ามีการดำเนินการต่ออย่างไร เช่น การดำเนินคดีหรือการผลักดันกลับประเทศ โดยมอบหมายให้ที่ปรึกษาฯ อดิศร์ รับผิดชอบติดตามเรื่องนี้ทั้งหมด และรายงานผลการจับกุมและการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมของการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย



            ส่วนการตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยให้กรุงเทพมหานครเอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ สำรวจว่ามีกิจการใดที่น่าสงสัย แม้ว่าบางแห่งจะได้รับอนุญาตตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับการขออนุญาตหรือกฎหมายสาธารณสุข แต่กรุงเทพมหานครไม่สามารถตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือการใช้ตัวแทนอำพรางได้ จึงให้แต่ละเขตรวบรวมข้อมูลกิจการที่น่าสงสัยในพื้นที่ของตน ตัวอย่างเช่น เขตบางรักได้จัดทำข้อมูลได้อย่างละเอียด ทั้งธุรกิจที่ไม่มีข้อสงสัยและธุรกิจที่ควรติดตาม ทั้งนี้ ไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะธุรกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ครอบคลุมทุกสัญชาติ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีลักษณะธุรกิจแตกต่างกัน เช่น เขตห้วยขวางและย่านสุขุมวิท ให้ทุกเขตรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนเรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กอ.รมน. กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้ข้อมูลของกรุงเทพมหานครเป็นฐานในการดำเนินการต่อ นอกจากนี้ ให้ใช้อำนาจตามหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบการดัดแปลงอาคารเพื่อประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ให้สำนักการโยธาและสำนักงานเขตตรวจสอบอย่างละเอียดและดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่มี



          เรื่องที่ 2 การตรวจสอบอาคารเก่าและความปลอดภัยของอาคาร สั่งการให้ดำเนินการใน 3 ส่วน ส่วนแรก คือการสำรวจห้องแถวเก่า ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 278,246 อาคาร แบ่งเป็น อายุเกิน 91 ปี จำนวน 435 อาคาร อายุ 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร อายุ 1-50 ปี จำนวน 212,601 อาคาร ระยะแรกให้ความสำคัญกับอาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี รวมทั้งสิ้น 65,645 อาคาร โดยให้เจ้าของอาคารตรวจสอบสภาพอาคาร ประเมินความเสี่ยง และรายงานผลภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมจัดทำเช็กลิสต์สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการใช้ตรวจสอบอาคารของตนเอง รวมทั้งติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอาคารที่อยู่ติดพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนนและทางเท้า เนื่องจากหากเกิดเหตุจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ส่วนที่สอง คืออาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ จำนวนประมาณ 16,400 อาคาร ซึ่งตามกฎหมายต้องตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปี รวมถึงการซ้อมอพยพหนีภัย ให้เร่งติดตามว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ ส่วนที่สาม คือการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบนถนนและพื้นที่สาธารณะของหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการรถไฟฟ้า งานของการไฟฟ้านครหลวง และบ่อก่อสร้างต่าง ๆ ให้รวบรวมทุกจุดขึ้นแผนที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ถนนสาทร ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และจุดที่มีการขุดบ่อของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งบางแห่งมีสภาพไม่น่าปลอดภัย ให้เร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว ภาพรวมการดำเนินงานด้านนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ห้องแถวเก่า อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ และพื้นที่ก่อสร้างในที่สาธารณะ โดยมอบหมายให้รองปลัดกรุงเทพมหานครที่กำกับดูแลสำนักการโยธาเป็นผู้รับผิดชอบ



            เรื่องที่ 3 โรงขยะอ่อนนุช โดยรวมแม้ว่าปัญหากลิ่นเริ่มดีขึ้น มั่นใจ ได้สั่งการให้บังคับใช้เงื่อนไขในสัญญาอย่างเข้มงวด หากมีการกระทำผิดก็ให้ดำเนินการปรับตามสัญญา แม้ว่าสัญญาของโรงงานแห่งหนึ่งจะสิ้นสุดภายในปีนี้ก็ตาม ให้เปิดเผยข้อมูลจากระบบตรวจวัดกลิ่น E-Nose เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้แบบโปร่งใส รวมทั้งเปิดภาพจากกล้อง CCTV ในจุดที่สามารถเผยแพร่ได้ เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงาน นอกจากนี้ ให้ลงพื้นที่พบประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบโรงขยะอย่างต่อเนื่อง รับฟังปัญหาและข้อกังวลเกี่ยวกับกลิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ส่วนในระยะยาว โรงขยะอ่อนนุชจะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวควบคู่กับระบบจัดการขยะที่มีคุณภาพ โดยให้ดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง



              เรื่องสุดท้าย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในการทำงาน แม้ว่าภาพรวมจะมีการพัฒนาที่ดีขึ้น แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องติดตามต่อ สำหรับกรณีทุจริตโครงการลู่วิ่ง ได้สั่งการให้ปลัดกรุงเทพมหานครติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีก 17 โครงการ แต่ยังไม่ได้รายงานถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามและรายงานผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ส่วนกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้สอบสวนใหม่ ให้เร่งดำเนินการตามข้อสังเกตและรายงานความคืบหน้าของการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่โดยเร็ว นอกจากนี้ ให้ติดตามความคืบหน้าจากสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ส่งเรื่องตั้งแต่ช่วงแรกที่พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต ติดตามตรวจสอบว่าดำเนินไปถึงขั้นตอนใดแล้ว เนื่องจาก ป.ป.ช. มีอำนาจและกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดรอบคอบกว่า ทุกเรื่องถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จึงต้องเร่งรัดการดำเนินงานอย่างจริงจัง  เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อกรุงเทพมหานคร



 



#ผู้ว่ากทมทำงานวันแรก



 

ข่าวทั้งหมด

X