ราคาน้ำมันขยับขึ้นและทองคำปรับลดในวันอังคาร(7ก.ค.) หลังสหรัฐฯถอนใบอนุญาตทั่วไปที่ไฟเขียวให้ขายน้ำมันดิบอิหร่าน ตามหลังมีรายงานเรือถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 70.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.17 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯสั่งยกเลิกใบอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบ พร้อมเตือนว่าพฤติกรรมของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ "เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง" และจะเจอกับผลสนอง หลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯมีขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำถูกเล่นงานในช่องแคบฮอร์มุซในวันอังคาร(7ก.ค.) ในนั้นรวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ ที่ทางกาตาร์ระบุว่าถูกโจมตีโดยโดรนของอิหร่าน
นอกเหนือจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกรอบ นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มนโยบายทางการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ฉุดราคาทองคำปรับลดในวันอังคาร(7ก.ค.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 10.10 ดอลลาร์ หรือ 0.3 % ปิดที่ 4,157.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันอังคาร(7ก.ค.) ดาวโจนส์ ลดลง 130.76 จุด (0.25 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 52,925.15 เอสแอนด์พี ลดลง 33.58 จุด (0.45 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,503.85 จุด แนสแดค ลดลง 302.47 จุด (1.16 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 25,818.69 จุด
#น้ำมันโลกดีดขึ้น
#อิหร่านโจมตีเรือสินค้า
#ช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวทั้งหมด