นายกฯ ตั้งคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี68 สรุปผล30 วันรายงานคืบหน้าทุก10วัน

วันนี้, 17:54น.


           นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เนื้อหาระบุว่าตามที่ปรากฏข่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 อันเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐานการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้สอบแข่งขันได้ อันเป็นกรณีมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีข้าราชการ ผู้รับจ้าง ผู้รับผิดชอบในการจัดสอบ รวมถึงบุคคลอื่น ร่วมกันกระทำการทุจริตแก้ไขคะแนนคำตอบของผู้เข้าสอบแข่งขัน ในลักษณะกระทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนเสียหายโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐและผู้เข้าสอบแข่งขันแล้ว



          การทุจริตดังกล่าวยังทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในภาครัฐ สมควรที่จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสังคม อันจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนส่วนรวมเช่นนี้อีกในอนาคต



          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งดังต่อไปนี้



         ข้อ 1 ให้มี “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568” ประกอบด้วย



1.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ



2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ



3.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ



4.เลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นกรรมการ



5.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกรรมการ



6.เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นกรรมการ



7.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นกรรมการ



8.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นกรรมการ



9.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ



10.อัยการสูงสุด เป็นกรรมการ



11.เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ



12.เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเลขาธิการ ก.พ. มอบหมาย จำนวน 2 คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ



          ข้อ 2 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 และทำรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ให้คณะกรรมการแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุกสิบวัน



          รายงานตามวรรคหนึ่งให้เสนอมาตรการที่จำเป็นรวมทั้งข้อเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติเช่นนี้อีกในอนาคต



          เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ความเห็นหรือส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เห็นว่าจำเป็นหรือเกี่ยวข้องมาเพื่อตรวจสอบ รวมทั้งอาจเชิญบุคคลภายนอกและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้



          ข้อ 3 คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อพิจารณาศึกษาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้



          ข้อ 4 การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณีโดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงาน ก.พ.



          ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569



 



#ตั้งกรรมการสอบโกงสอบ



 



Cr:เพจรัฐบาลไทย

ข่าวทั้งหมด

X