นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังเกิดกระแสไม่พอใจในการเทียบเชิญนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่า กทม. ว่า ตนหรือตัวแทนพรรค เช่น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค หรือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่า กทม. ก็อธิบายไปหมดแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตนจะขอขยายเพิ่มเติม รวมถึงนายสุรพลก็ได้มีการออกสื่อและอธิบายตัวเองไประดับหนึ่งแล้ว ฉะนั้น ในประเด็นนี้ ขออนุญาตไม่ขยายอะไรเพิ่มเติมดีกว่า
เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไร เมื่อนายสุรพลระบุว่า ตนเองยังไม่เปลี่ยนหลักการ ทำให้คนมองว่าการรัฐประหารยังเป็นจุดยืนนายสุรพลอยู่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนหลักของตนและพรรคประชาชนดีกว่า หลักของเราคือไม่เห็นด้วยกับปฏิวัติรัฐประหาร หลักการของเราคือต้องการทำให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนหลักของแต่ละคนที่จะเข้ามาร่วมเดินทางกับเรา อาจจะมีหลักส่วนใหญ่ที่มองเห็นตรงกัน เช่น อยากให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้น การเมืองในประเทศดีขึ้น แต่อาจะมีวิธีการบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง
บทบาทของนายสุรพลเอง ก็มีบทบาทในการที่เราจะเชิญมาให้คำปรึกษาเรื่องการบริหาร กทม. หากได้ติดตามการออกรายการของนายสุรพล ก็จะเห็นว่ามีการให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหาร กทม.ได้ค่อนข้างดี และมีหลายมุมที่เป็นแง่คิดที่ดี
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า บทบาทของนายสุรพลที่อยู่ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายของกรุงเทพมหานคร ก็เป็นบทบาทที่เหมาะสม เพราะไม่ได้มีบทบาทอื่นที่เกี่ยวข้องกับพรรค เช่น ตัดสินใจการเมืองสำคัญๆให้กับพรรค นายสุรพลเองก็มีคนมีความรู้เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครค่อนข้างดี คิดว่าตำแหน่งปัจจุบันมีความเหมาะสมอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่อาจมีคนในพรรคมองว่าทำตำแหน่งอื่นก็ได้ที่มาตามกระบวนการของพรรค เพราะเหมือนข้ามคนที่เคยทำงาน และเอาคนที่มีจุดยืนตรงกันข้ามกันมาทำงาน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นกระบวนการที่ภายในพรรคเองต้องมีการปรับให้ดีขึ้น
เมื่อถามว่านายสุรพลเคยได้รับเชิญลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ในนามพรรคประชาชนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องจริง แต่จุดสำคัญของพรรคประชาชนคือ พยายามเฟ้นหาแคนดิเดต ที่มีที่มีประสบการณ์และมีความรู้เชิงลึก เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯเชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าผู้ว่าฯกทม. จะเป็นใคร
สิ่งที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เคยทำมา ในการทำให้ระบบราชการดีขึ้นแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย ทุกคนคงทำต่อ ไม่มีใครไปล้างสิ่งที่นายชัชชาติเคยทำ แต่สิ่งที่คนกรุงเทพฯ คู่ควรมากกว่านี้ และทำให้ใช้ชีวิตง่ายกว่านี้ คือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ๆ เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กรุงเทพมหานคร แก้ปัญหาสาธารณสุขใบส่งตัว หรือปัญหาการจัดการขยะ หลายอย่างอาจต้องการทีมบริหารอีกแบบหนึ่ง ที่มีจุดยืนแข็งทำงานประสานกัน กล้าชน ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ข่าวทั้งหมด