นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครหมายเลข 14 ลงพื้นที่ตลาดบางกะปิ พบปะประชาชนรวมทั้งรับฟังความคิดเห็นสะท้อนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องขณะนี้ ส่วนใหญ่จะสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับความเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจเนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลงทำให้การค้าซบเซาอย่างเห็นได้ชัด ผู้ค้าส่วนใหญ่ยอมรับว่า แม้จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ก็ยังไม่ฟื้นฟูเพียงพอสถานการณ์การค้าขายยังไม่กลับมาเหมือนเดิมจึงอยากให้รัฐบาลและแม้กระทั่งผู้ว่ากรุงเทพมหานครช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรการเพิ่มเติมต่างๆรองรับ
เสียงตำหนิรัฐบาลที่พบมาก คือเกณฑ์ลูกลดหย่อนภาษีเท่ากับพ่อแม่ไม่จนไม่สะท้อนความจริง หลายครอบครัวระบุว่าลูกมีรายได้เพียงพอสำหรับการลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีศักยภาพดูแลพ่อแม่เต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังต้องพึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ถูกมองว่าเป็นการ “ลงโทษคนกตัญญู” มากกว่าช่วยคนจน
ขั้นตอนดิจิทัลซับซ้อนเกินไปผู้สูงอายุจำนวนมากไม่มีสมาร์ตโฟน จำรหัสผ่านหรือเบอร์โทรศัพท์เดิมไม่ได้ ยืนยันตัวตนผ่านแอปไม่สำเร็จ ต้องเดินทางไปธนาคารหลายรอบ คนจนจริงกลัวหลุดสิทธิ มีความกังวลว่าการตรวจสอบทรัพย์สินและข้อมูลทางการเงินละเอียดขึ้น บางคนมีทรัพย์สินเล็กน้อยแต่รายได้ไม่พอใช้ เกรงว่าจะถูกตัดสิทธิทั้งที่ยังลำบากอยู่จริง
สิ่งที่รัฐบาลควรปรับปรุงเปลี่ยนจากดูฐานะลูกเป็นดูรายได้จริงของผู้สูงอายุ ควรใช้ข้อมูลรายได้ เงินฝาก และค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเป็นหลักไม่ควรตัดสิทธิเพียงเพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี และระบบอุทธรณ์ด่วนหากถูกตัดสิทธิ ควรสามารถยื่นอุทธรณ์ผ่าน แอป สำนักงานเขต อบต. ศูนย์บริการประชาชน และต้องรู้ผลภายใน 15-30 วัน
เสนอรัฐบาลควรมี Mobile Welfare Unit ส่งรถบริการเคลื่อนที่เข้า ชุมชนแออัด ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง แทนการให้เดินทางมาธนาคาร ใช้ AI คัดกรองความยากจนเชิงลึก เชื่อมข้อมูลรายได้ ค่าน้ำ ค่าไฟภาระหนี้ สมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยติดเตียง จะสะท้อนความยากจนจริงได้มากกว่าการดูเพียงเอกสารภาษี ปรับสวัสดิการให้ยืดหยุ่น ปัจจุบันคนจนในเมืองมีต้นทุนชีวิตสูงกว่าชนบทมาก เช่น ในกรุงเทพฯ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร จึงควรมี “ดัชนีค่าครองชีพรายพื้นที่” ในการกำหนดสิทธิ
#เลือกผู้ว่ากทม
ข่าวทั้งหมด