ถอดบทเรียนสงกรานต์ 69 อุบัติเหตุน้อยลง แต่รุนแรงมากขึ้น แนะงดขายแอลกอฮอล์ ลดความสูญเสีย

วันนี้, 14:54น.


          หลังวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569  แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตามกันมา คือการรายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ในแต่ละวัน ตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน 2569 อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกวัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บน้อยกว่า วันธรรมดาที่ไม่ใช้วันหยุดยาว จึงเป็นที่มา ของการประชุมโฟกัสกรุ๊ป โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.  และมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ หรือ มสส. ในห้วข้อถอดบทเรียน “อุบัติเหตุสงกรานต์ ท่ากลางวิกฤตการณ์พลังงาน”





          นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนธี เครือข่ายพลังสังคม ระบุว่า แม้ตัวเลขอุบัติเหตุในภาพรวมปีนี้ จะลดลง แต่ความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำยังน่ากังวล จากส่งทีมเข้าสังเกตุการณ์ยังพบว่า มีการจัดจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ถนนสีลม พบจุดจำหน่าย ต้นทาง กลางทางและปลายทางของบริษัทเครื่องแอลกอฮอล์ชื่อดัง 



          สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ 2569



ㆍ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ออกมาเล่นน้ำเต็มทุกพื้นที่



ㆍการเล่นน้ำส่วนใหญ่ หนาแน่นในช่วงเย็น-ค่ำ-ดึก เนื่องจากอากาศร้อน



ㆍพื้นที่เล่นน้ำเกิดขึ้นมาก ขยายตัวออกไปมากขึ้น



ㆍไม่ได้มีการกำหนดพื้นที่ Zoning จุดเล่นน้ำที่ชัดเจนของหน่วยงานรัฐ



ㆍไม่ได้มีมาตรการควบคุมที่เคร่งครัดของเจ้าหน้าที่ ทั้งก่อนและระหว่างงาน



          กิจกรรมส่งเสริมการขาย การตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นทุกพื้นที่ ร้านขายเร่ แผงลอย มีเยอะมากไม่มีการควบคุม



ㆍ ร้านค้า-เอกชน จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ลานเบียร์ รับกฎหมายใหม่



ㆍมีการชายแอลกอฮฮอล์ตลอดทั้งวันโดยแทบไม่มีการควบคน



ㆍมีการดื่มท้ายกระบะ บนทางสาธารณะ ตลอดการเล่นน้ำสงกรานต์



* การทะเลาะวิวาทขยายวงออกไปกว้างขึ้น ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่เล่นนำที่ไม่มีการควบคม



ㆍ ข่าวทะเลาะวิวาทและพฤติกรรมไม่เหมาะสม ของนักท่องเที่ยว-แรงงานต่างชาติ เริ่มมีมากขึ้น



           แต่ยังมีภาคเอกชน ในจังหวัดภูเก็ต ที่นำร่องมาถึง 12 ปี เพื่อจัดเล่นน้ำสงกรานต์ แบบ สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ หรือ ที่เรียกว่า “สงกรานต์ โนแอล” ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ทำให้มีแนวทางเพื่อยกระดับความปลอดภัย และคุณค่าวัฒนธรรมของสงกรานต์ไทย พร้อเสนอแนวทางสงกรานต์ปลอดภัยคือ



+++การให้ชุมชนท้องถิ่นต้องร่วมกันกำหนดและขยายพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย



+++จัดช่องทางพิเศษ สำหรับรถฉุกเฉินที่ต้องการไปโรงพยาบาลให้ทัน และ



+++ร่วมกันชูจุดขายมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่งดงาม แทนการเล่นสาดน้ำ หรือ ให้ความสำคัญกับการดื่มกินเพียงอย่างเดียว



           หากสามารถจัดระเบียบแก้ไขความเสี่ยงได้ เท่ากับช่วยกันลดอุบัติเหตุที่ความรุนแรงจะลดลงตามไปด้วย





          ด้านนายแพทย์ ธนะพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ (ศวปถ.) เน้นย้ำอยากให้มีการสื่อสารเพื่อรณรงค์ ไม่ให้งานสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ ที่มีความสูญเสียจากอุบัติเหตุ  แม้ว่ายอดผู้เสียชีวิตในปีนี้จะลดลง แต่พบดัชนีความรุนแรงจากอุบัตเหตุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ อุบัติเหตุ 100 ครั้ง จากเดิมเสียชีวิต 16 ราย แต่ในปีนี้ เสียชีวิตสูงถึง 19.48 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพศชาย บางรายเป็นหัวหน้าครอบครัว



          ขณะที่ข้อมูลของบริษัทกลางคุ้มครองประกันภัย จากถนน สะท้อนภาพชัดเจนว่า ร้อยละ 38 ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัว และอีกร้อยละ 62 เป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นที่ ของครอบครัว ที่น่าสังเกตยังพบว่า จุดที่เกิดขึ้น ยังอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าง หรือเป็นเส้นทางที่ใช้งานประจำ เช่น ร้อยละ 32 เสียชีวิตห่างจากบ้านหรือที่พักระยะ 2-5 กิโลเมตรและอีกร้อยละ 29 ในระยะ6-10 กิโลเมตร





          สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุคือ ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชันชิด และเมาแล้วขับ แต่สิ่งหนึ่งน่าเป็นห่วงพบว่า ก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ กลับเกิดอุบัติเหตุมา ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งทำงาน ก่อนวันหยุดยาว เช่นรถบรรทุกขนส่งสินค้า ที่เกิดอุบัติ ทำให้ 2 วันก่อนสงกรานต์ปีนี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 102 ราย



           ด้านนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ บอร์ด สสส. ย้ำถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุทางถนนน





          ตั้งแต่ปี 2558 ถึง ปี 2568 หรือ 11 ปีที่ผ่านมา มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนมากถึง 190,289 รายเฉลี่ยปีละ 19,000 ราย โดยวัยรุ่นหนุ่มสาวอายุ 19-29 ปี เสียชีวิตสะสมสูงสุด และเนื่องจากประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิต เป็นผู้สูงสัย อายุ 60 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเสียชีวิตมากขึ้น จากสถิติ พบว่า ในปี 2558 มีผู้สูงอายุเสียชีวิต 2,834 ราย แต่กลับมาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 51.8 ในปี 2567  หรือ เพิ่มเป็น 4,307 ราย



          ปัจจุบันประเทศไทย ยังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก สิ่งที่สามารถช่วยกันรณรงค์ ได้ คือ การสื่อสาร เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ควรรณรงค์กันทุกๆ วัน ไม่ใช่ รณรงค์กันเฉพาะเทศกาลวันหยุดยาว



 



#สงกรานต์69



#เมาแล้วดับ 



#กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 

ข่าวทั้งหมด

X