มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่ง ตร.ที่ 184/2569 เรื่องอนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการ ตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 (รอบเมษายน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569) โดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 14 ราย ลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป
สำหรับรายชื่อ 14 นายพล ที่ยื่นขอโครงการดังกล่าวมี ดังนี้ 1.พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2.พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร 3.พล.ต.ท.ดิเรก ธนานนท์นิวาส ที่ปรึกษา (สบ 8) สพฐ.ตร 4.พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ จเรตำรวจ 5.พล.ต.ต.ชวนนท์ ประเทศรัตน์ รอง ผบช.ตชด. 6.พล.ต.ต.ปรีดา อิ่มเจริญ รอง ผบช.กมค. 7.พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบช.ภ.4 8.พล.ต.ต.เทิดพงษ์ ลิมปิทีป ผบก.ตส.2 9.พล.ต.ต.บัณฑิต นิลอ่อน ผบก.กค.2 10.พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 11.พล.ต.ต.วิระศักดิ์ แย้มแสง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการเดินเรือ (สบ 6) บก.รน.12.พล.ต.ต.วีร์ จิระรัตนวรรณ ผบก.อก.รร.นรต 13.พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหทินนิลกุล อาจารย์ (สบ 6) กลุ่มงานอาจารย์ รร.นรต. 14.พล.ต.ต.สุระพันธ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.ภ.4
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล หรือการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) โดยจะสิ้นสุดภารกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2568
ตั้งแต่รอบแรกในปีงบประมาณเดือนตุลาคม 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงการดำรงตำแหน่งในรอบที่สองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตราชการที่ได้ทำหน้าที่สื่อสารและเป็นตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการประสานงานกับสื่อมวลชนและสังคม
ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ยอมรับว่าอาจมีข้อผิดพลาดหรือความบกพร่องเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ จึงขออภัยในสิ่งที่อาจล่วงเกินหรือทำให้เกิดความไม่เข้าใจ พร้อมย้ำว่า ภาพรวมการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับสื่อมวลชน ทั้งสายข่าวอาชญากรรมและข่าวตำรวจ ถือเป็นความร่วมมือที่ดีและดำเนินไปอย่างราบรื่น
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุอีกว่า หลังจากพ้นตำแหน่งและสิ้นสุดสถานะข้าราชการตำรวจแล้ว จะใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองไทยทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาเดิม เห็นสมควรให้ช่วยเหลือภารกิจบางเรื่องในอนาคต ก็ยินดีให้ความร่วมมือในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 41
#เออรี่รีไทร์
ข่าวทั้งหมด