นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนเม.ย.2569 อยู่ที่ 103,794 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.44% จากการส่งออกรถยนต์ ลดลง 8.43% อยู่ที่ 60,190 คัน
เนื่องจากไทยส่งออกรถยนต์ไปตลาดตะวันออกกลางได้เพียง 993 คัน ลดลงถึง 11,053 คัน คิดเป็นการลดลงถึง 91.76% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี เพราะผลกระทบจากสงครามระหว่าง สหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ไม่สามารถส่งออกรถยนต์ได้ และการลดลงในตลาดยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้
นอกจากนี้ ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ 36,532 คัน ลดลง 1.70% จากรถกระบะที่มียอดขายลดลง 9.7% เพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน จากเศรษฐกิจและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนและการจ้างงานยังน่ากังวล ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
“ปัจจัยข้างต้น โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกที่ลดลงในตลาดตะวันออกกลาง จากสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลให้การผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 9.5 แสนคัน หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อไปนานมากกว่า 3 เดือน”
ทั้งนี้ แม้ว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเม.ย.2569 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.54% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เมื่อปลายเดือนมี.ค.-ต้นเดือนเม.ย. จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการออกรถรุ่นใหม่และการเริ่มผลิตรถบรรทุกของบริษัทหนึ่งที่ย้ายโรงงาน
ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 1/2569 ที่ 2.8% และการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการต่างๆ อาจช่วยสร้างงานสร้างเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงขึ้นหากได้ลงทุนในปีนี้ รวมทั้งการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ที่จะลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่ม การลงทุนที่จะเพิ่มการจ้างงานในประเทศไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ยังต้องติดตามภาวะสงครามอย่างใกล้ชิดในเดืนพ.ค.-มิ.ย.ต่อไปว่า จะยืดเยื้อแค่ไหน เพื่อประกอบการทบทวนประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ให้มีความชัดเจนอีกครั้ง โดยขณะนี้เรายังคงเป้าหมายยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 9.5 แสนตันคน และยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5.5 แสนคัน
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบที่น่ากังวลมาก คือ การขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนต่างๆ โดยอ้างสงครามตะวันออกกลาง จะยิ่งซ้ำเติมต่อยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงด้วย จึงใคร่ขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์คุมราคาไว้ในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอไประยะหนึ่ง
#ส่งออกรถยนต์
ข่าวทั้งหมด