การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นได้เริ่มขึ้นแล้วในเช้าวันนี้ (8 ก.พ.) โดยมีผู้สมัครกว่า 1,200 คน แข่งขันกันเพื่อชิง 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสภาล่างที่ทรงอำนาจของรัฐสภาญี่ปุ่น
จุดสนใจหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ พรรคร่วมรัฐบาลของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) จะได้รับเสียงข้างมากและทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เดินหน้าต่อไปได้หรือไม่
หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศจะปิดทำการเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะมีการนับคะแนนเสียงจนถึงช่วงดึก
จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 289 ที่นั่งจะมาจากการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่มีผู้แทนคนเดียว (single-member constituencies) และ 176 ที่นั่งจะมาจากการเลือกตั้งระบบสัดส่วนบัญชีรายชื่อ (proportional representation) ซึ่งจัดสรรตามสัดส่วนคะแนนเสียงใน 11 เขตภูมิภาค
โพลของสื่อหลายสำนักชี้ว่า พรรครัฐบาลมีคะแนนนำพรรคฝ่ายค้านมากขึ้นก่อนการเลือกตั้ง โดยพรรค LDP มี 198 ที่นั่ง และพรรคร่วมรัฐบาล JIP มี 34 ที่นั่ง ขณะที่พรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (Centrist Reform Alliance) ที่เพิ่งก่อตั้งจากการรวมตัวของพรรคฝ่ายค้านสองพรรค มี 167 ที่นั่ง
นายกฯ ทาคาอิจิประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างกะทันหันในเดือนม.ค. และประกาศจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. โดยเป็นการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.พ. เป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี
ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเดือนก.พ. เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยพรรคฝ่ายค้านและนักการศึกษาเตือนว่าการเลือกตั้งอาจรบกวนการสอบและทำให้เยาวชนเสียโอกาสในการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ยังมีตัวแปรสำคัญคือ "สภาพอากาศ" โดยหิมะที่ตกหนักในภูมิภาคทางตอนเหนือและตะวันตก ส่งผลให้ยอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วาลดลงราว 2.5% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2024 นอกจากนี้ พรรคแอลดีพียังต้องเผชิญกับฝ่ายค้านที่เหนียวแน่นขึ้น หลังจากพรรค "โคเมอิโตะ" ซึ่งเป็นอดีตพันธมิตรรัฐบาล ตัดสินใจหันไปจับมือกับพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ (ซีดีพี) เพื่อเป็นขั้วอำนาจใหม่ในการตรวจสอบรัฐบาล
ขณะที่รัฐบาลยังต้องอธิบายให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า มาตรการใช้งบประมาณจำนวนมากจะไม่ซ้ำเติมปัญหาหนี้และความเปราะบางทางการคลัง ขณะที่นักวิชาการเตือนว่า นโยบายยังไม่แก้ปัญหาผลิตภาพต่ำและค่าแรงที่หยุดนิ่ง
หากผลการเลือกตั้งออกมาตามโพล นางทาคาอิจิจะก้าวขึ้นเป็น "สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น" อย่างเต็มตัวตามรอย มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ไอดอลของเธอ และจะกลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดในการปฏิรูปกองทัพและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในยุคใหม่
#เลือกตั้งญี่ปุ่น
ข่าวทั้งหมด