กกต.ย้ำหน่วยใช้สิทธิเลือกตั้งกับประชามติ หน่วยเดียวกัน ย้ำไม่มีการแยกลงคะแนน

วันนี้, 20:41น.


          การเตรียมความพร้อมเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่าที่ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับหน่วยที่จะไปออกเสียงประชามติอยู่คนละที่กันนั้น ว่าที่ร.ต.ภาสกร ยืนยันว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า ไม่มีการแยกกัน การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน โดยจะต้องเลือกตั้ง สส.ก่อนแล้ว จึงไปออกเสียงประชามติ



          ขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า หลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน ทั้งการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบแบ่งเขต และการออกเสียงประชามติ โดยในส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จะมีจุดนับคะแนนที่กำหนดไว้ แยกออกมา ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ นอกเขตจะนับคะแนนรวมในหน่วยเลย



          สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และชายแดนไทย-กัมพูชา กกต. ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงส่งกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด ยังไม่พบสัญญาณปัญหา



          ส่วนกรณีการสวมเสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าคูหา รองเลขาธิการ กกต. เตือนว่า สามารถทำได้หากเป็นการแต่งกายปกติ แต่หากพบพฤติการณ์ที่ส่อเจตนาจูงใจหรือสื่อถึงหมายเลขผู้สมัคร อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้



          ด้านนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคุณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยืนยันเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. พร้อมฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย



          ส่วนกรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความบกพร่อง โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองบัตรผิดพลาดว่า จากการตรวจสอบพบมีเพียงประมาณ 100 ซอง และได้ดำเนินการคัดแยกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งไปนับคะแนนในวันเลือกตั้งจริง พร้อมยืนยันว่า กกต. น้อมรับข้อวิจารณ์ทั้งหมด และนำมาปรับปรุงเพื่อให้การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใสมากที่สุด



          ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่น ๆ นายณรงค์ ยืนยันว่า ไม่ได้เพิกเฉย เรื่องนี้ กกต. ติดตามตลอดในภาพรวม ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า กกต. ใช้ 2 มาตรฐานในการตรวจสอบกรณีคลิปเงิน 2,000 บาท แต่เมินยอดเบิกเงินสดผิดปกติ 450 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า ขณะนี้ได้ประสานขอข้อมูลจากธนาคารเพื่อตรวจสอบทุกเส้นทางการเงินแล้ว ย้ำ กกต. เป็นผู้รักษากติกาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมทุกกรณี



 

ข่าวทั้งหมด

X