กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command : CENTCOM) รายงานว่า ในวันอังคาร (3 ก.พ.69) ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตกขณะที่เข้ามาใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ในทะเลอาหรับ (Arabian Sea) ต่อมาในวันเดียวกัน เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เข้าช่วยเหลือเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงสหรัฐฯ ซึ่งถูกเรือเล็ก 2 ลำของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านคุกคามขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เพิ่มเติมว่า ในขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ อยู่ในทะเลอาหรับ ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านประมาณ 500 ไมล์พบโดรนของอิหร่านบินเข้าหาเรืออย่างก้าวร้าว แม้ว่าจะมีการใช้มาตรการลดความตึงเครียดในน่านน้ำสากลแล้วก็ตาม เครื่องบินขับไล่ F-35C จากเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นจึงยิงโดรนลำนั้นตกเพื่อปกป้องเรือบรรทุกเครื่องบินและบุคลากรบนเรือ เหตุการณ์นี้ ไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ และไม่มีอุปกรณ์ของสหรัฐฯ เสียหาย
หลายชั่วโมงต่อมา ตรวจพบเรือปืนของอิหร่าน 2 ลำเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี เอ็ม/วี สตีนา อิมเพอเรทีฟ (M/V Stena Imperative) ดำเนินการโดยชาวอเมริกันและติดธงชาติสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ในเขตน่านน้ำสากล โดยมีการเดินเรือผ่าน 3 สามครั้งด้วยความเร็วสูง ขณะที่โดรนของอิหร่านบินอยู่เหนือเรือปืนด้วย ในระหว่างการเดินเรือผ่านครั้งหนึ่งมีการข่มขู่ทางวิทยุว่าจะขึ้นไปยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้เรือพิฆาตยูเอสเอส แมคฟอล (USS McFaul) เข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันออกจากพื้นที่ พร้อมด้วยการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายลง
นาวาเอกฮอว์กินส์ กล่าวด้วยว่าพฤติกรรมของอิหร่านเป็นตัวอย่างของการขาดความเป็นมืออาชีพ และพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเรือที่ปฏิบัติการในพื้นที่
...
#โดรนอิหร่าน
#เรือรบสหรัฐ
#ทะเลอาหรับ
ข่าวทั้งหมด