พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ร่วมประชุมป้องกันเหตุชิงทองที่สน.พระโขนง โดยได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านสุขุมวิท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังตามล่ามือปล้นทองและร่วมกันขยายผลต่อเนื่อง จนล่าสุดเมื่อวานนี้สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุได้แล้ว รวมทั้งพิสูจน์ทราบตะขอทองที่ตกอยู่ในจุดที่พบรถจักรยานยนต์ว่าเป็นของกลางที่คนร้ายชิงไปหรือไม่
ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการทำงาน พฤติกรรมของคนร้ายมองว่า มีการวางแผนมาก่อนเตรียมตัวมาอย่างดี เพราะเนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีข้อมูลว่าคนร้ายเข้ามาดูลาดเลา รวมทั้งพรางตัว ปกปิดบังใบหน้ามิดชิด ซึ่งตำรวจเองไม่ได้ประเมินคนร้ายต่ำไป เพราะเชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างแน่นอน
ส่วนแนวทางเหตุป้องกันการชิงทอง สถานการณ์ราคาทองที่ความผันผวน ทำให้ร้านทอง เป็นจุดอ่อนไหว มักจะมีโอกาสเกิดเหตุขึ้นได้ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการและเน้นย้ำไปยังฝ่ายป้องกันและปราบปรามทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่มีร้านทองกว่า 1,000 ร้าน เบื้องต้นพบว่าประมาณ 100 ร้าน ซึ่งอยู่ในลักษณะพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง ที่อาจจะเกิดอาชญากรรมได้ ดังนั้นจึงได้กำชับไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ตลอดจนการติดตามตัวคนร้าย ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์
นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการร้านทองและห้างสรรพสินค้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลง ตั้งแต่การดูแลความปลอดภัยภายในร้าน โดยเฉพาะพนักงานรักษาความปลอดภัย จะต้องมีทักษะในเรื่องการป้องกันเหตุ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ การติดลูกกรงเหล็กในร้านทอง รวมไปถึงเรื่องการเสียค่าประกันภัย ที่จะต้องเพิ่มมากขึ้น
ยอมรับว่ามีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ทำให้ต้องไปหารือกับกรมประกันภัย และทางตำรวจจะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดเรื่องมาตรการป้องกันเหตุ ดังนั้นผู้ประกอบการก็จะต้องให้ความร่วมมือ ทั้งร้านทองที่จะต้องทำอย่างไรในการป้องกัน รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ทางกรมประกันภัยเก็บข้อมูล แล้วนำไปเสนอข้อมูลเป็นเบี้ยประกันภัยในการเสียค่าเบี้ยประกันภัย
ส่วนร้านที่ไม่ให้ความร่วมมือกว่า 100 ร้าน จะต้องเรียกร้องไปยังกรมการประกันภัย เพื่อเรียกค่าเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ หากร้านใดไม่ปฏิบัติตามทางกรมประกันภัย ก็จะไม่รับผิดชอบด้วยในคดีที่มีเหตุปล้นร้านทองเกิดขึ้น
#มาตรการร้านทอง
ข่าวทั้งหมด