เวียดนาม ประกาศยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหภาพยุโรป หรืออียู เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และมีความเท่าเทียมกับสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ในช่วงเวลาที่หลายประเทศพยายามลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป กล่าวว่า ในขณะที่ระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดหลักกฎหมายกำลังถูกคุกคามจากหลายด้าน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยืนเคียงข้างกันในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและคาดการณ์ได้ ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขอบเขตแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
ทั้งนี้ เวียดนามเพิ่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ซึ่งนายโต ลัม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ กลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศอีกครั้ง พร้อมประกาศสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการปฏิรูปเชิงรุก ซึ่งเวียดนามได้รับประโยชน์อย่างมากจากกระแสโลกาภิวัตน์ กลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกที่สำคัญสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค จากการที่บริษัทข้ามชาติย้ายฐานการผลิตออกจากจีน
การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ช่วยยกระดับรายได้และเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ แต่ดุลการค้าเกินดุลจำนวนมากและต่อเนื่องของเวียดนามทำให้สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีความกังวล
การค้าทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรปในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 มีมูลค่ามากกว่า 66,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากปีก่อนหน้า ซึ่งเวียดนามคาดหวังที่จะรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศร่ำรวยภายในปี 2588 และกำลังมองหาตลาดใหม่ๆ อย่างจริงจังเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
....
#การค้าเวียดนาม
#สหภาพยุโรป
#เศรษฐกิจ
ข่าวทั้งหมด