ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นในวันพุธ(28ม.ค.) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน จากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ ปิดที่ 63.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ ปิดที่ 68.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข้อมูลคลิปปิโตรเลียมสำรองของอเมริกา โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ(อีไอเอ) ระบุในวันพุธ(28ม.ค.) ว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศ ลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล เหลือ 423.8 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม สวนทางกับที่พวกนักวิเคราะห์คาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล
ด้านราคาทองคำดีดตัวขึ้นเหนือ 5,300 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในวันพุธ(28ม.ค.) ได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐและการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟีเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 4.3 % ปิดที่ 5,303.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพุธ(28 ม.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยตามเดิม ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของนักลงทุน และแทบไม่บ่งชี้ใดๆว่าเมื่อไหร่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกรอบ ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 12.19 จุด (0.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,015.60 เอสแอนด์พี ลดลง 0.57 จุด (0.01 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,978.03 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 40.35 จุด (0.17 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,857.45 จุด
ในถ้อยแถลง เฟดอ้างเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่ เช่นเดียวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง สำหรับการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% - 3.75% ขณะที่ธนาคารกลางแห่งนี้บอกว่าตลาดงาน "แสดงให้เห็นถึงสัญญาณบางอย่างของการมีเสถียรภาพ" และลบถ้อยคำหนึ่งจากถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ออกไป ที่ระบุว่าความเสี่ยงด้านลบสำหรับการจ้างงานเพิ่มขึ้น
#อิหร่านสหรัฐ
#ราคาน้ำมันทองโลก
ข่าวทั้งหมด