หลังรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำคนก่อนของสหรัฐฯ คว่ำบาตรรัฐบาลประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา เมื่อปี 2562 จากการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงที่เรียกร้องประชาธิปไตย มีผลกระทบ เช่น ห้ามเวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก แต่ต่อมาสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลง หลังรัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว สหรัฐฯต้องทบทวนความสำคัญเร่งด่วนของนโยบายการต่างประเทศใหม่ รวมถึงทบทวนความสัมพันธ์กับผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ เช่น ซาอุดิอาระเบียและเวเนซุเอลา เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย
รอยเตอร์ รายงานอ้างนายออสวัลโด คอนเทรรัส กรรมการบริหารและนักวิเคราะห์การเมืองจากบริษัท ORC Consulting Firm ว่า เวเนซุเอลา หนึ่งในสมาชิกสำคัญขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก(โอเปก) กลับมาส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกอีกครั้ง หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อปลายปีที่แล้วให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา ระบุว่า เวเนซุเอลา กลับมาเป็นประเด็นที่สหรัฐฯและชาติตะวันตกให้ความสนใจอีกครั้งในยุควิกฤตน้ำมันแพงทั่วโลกในปัจจุบัน โดยสหรัฐฯและชาติตะวันตกมองเวเนซุเอลาว่า เป็นผู้ผลิตน้ำมันที่มั่นคงและไว้ใจได้ สามารถจะส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดน้ำมันสหรัฐฯและยุโรป
ด้านประธานาธิบดีมาดูโร ชื่นชมการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ พร้อมขอให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆทั้งหมด แต่นายไบเดน ระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกมาตรการอื่นๆในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงทางการเมือง เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองและการจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรมในการเลือกตั้งทั่วไปของเวเนซุเอลาในปี 2567
ขณะเดียวกัน เวเนซุเอลา ซึ่งมีแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ผลิตน้ำมันดิบกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อ 20 ปีก่อน จนปัญหาทุจริตในภาครัฐ ราคาน้ำมันทรุดฮวบ และการคว่ำบาตรของสหรัฐฯส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานและเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
#เวเนซุเอลา
#ส่งออกน้ำมันดิบ
ข่าวทั้งหมด