ทันสถานการณ์โลกเวลา 06.30 น.วันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

28 กรกฎาคม 2564, 05:05น.


เสียชีวิต 1 เจ็บ 16  ไฟไหม้-ระเบิดครั้งใหญ่ รง.เคมี เมืองเลเวอร์คูเซน เยอรมนี



         พบผู้เสียชีวิต 1 ราย จากเหตุไฟไหม้และระเบิดอย่างรุนแรงภายในสวนอุตสาหกรรมเชมพาร์ค (Chempark) ในเขตบือริก เมืองเลเวอร์คูเซน ทางภาคตะวันตกของเยอรมนี ควันไฟสีดำกลุ่มใหญ่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 16 คน ในจำนวนนี้สาหัส 4 คน  สูญหายอีก 4 คน



          บริษัท เคอร์เรนตา (Currenta) ซึ่งเป็นผู้ดูแลสวนอุตสาหกรรมแห่งนี้ ระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 09.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่ทราบสาเหตุ ในพื้นที่ทิ้งขยะและเผาขยะอันตราย ที่แยกออกมาจากส่วนที่เป็นที่ตั้งโรงงานของบริษัทเคมีหลายบริษัทไม่ว่าจะเป็น เบเยอร์, แลนเซสส และ อีโวนิค อินดัสทรี



          ขณะที่ NINA แอปพลิเคชันเตือนภัยของเยอรมนี ส่งข้อความเตือนประชาชนในพื้นที่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายอย่างมาก ขอให้อยู่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้ดี และอย่าใช้งานเบอร์ฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น



          ทางการเมืองเลเวอร์คูเซน ระบุว่า มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการป้องกันไว้ก่อน และระดับมลภาวะในตอนนี้เป็นสีเขียวหรือปลอดภัย



CR:CNN



แก้ปัญหาชิปขาดแคลน! เกาหลีใต้ ระดมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้พนง.รง.ผลิตชิปกว่า 3 แสนคน



         เกาหลีใต้ เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับพนักงานที่ทำงานในโรงงานหลักในการผลิตชิปหรือวงจรรวมของคอมพิวเตอร์และธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาการหยุดชะงักของการผลิตให้น้อยที่สุด หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วรัฐบาลเกาหลีใต้ ไฟเขียวให้ความเห็นชอบการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นการภายในให้กับพนักงาน



          บริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์, ซัมซุง ดีสเพลย์, เอสเค ไฮนิกซ์ และ แอลจี ดีสเพลย์ รวมถึงบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์ เริ่มฉีดวัคซีนภายในบริษัทให้กับลูกจ้าง 



         สำนักข่าวยอนฮัพ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า โครงการฉีดวัคซีนนี้ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้กับพนักงาน 303,000 คน จากบริษัท 40 แห่ง ด้วยการใช้วัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค



         ก่อนหน้านี้ ซัมซุงและบริษัทในเครือมีแผนที่จะใช้วัคซีนของโมเดอร์นา แต่สำนักข่าวยอนฮัพรายงานว่า มีการเปลี่ยนแผนมาใช้ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค เนื่องจากมีปัญหาเรื่องของการจัดหาและการจัดส่ง



ถูกจับกว่า 5 หมื่นคน ชาวศรีลังกา ฝ่าฝืนกฎกักตัว เดินทางข้ามเขต



          อาจิต โรฮานา โฆษกสำนักงานตำรวจของศรีลังกา ระบุว่า ศรีลังกาจับกุมประชาชนฐานฝ่าฝืนกฎกักตัว จำนวน 52,154 คน นับตั้งแต่เดือนต.ค.63 ขณะที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีผู้ป่วยสะสมในประเทศ 296,516 คน



          นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ฝ่าฝืนข้อจำกัดการเดินทางข้ามเขตและถูกส่งตัวกลับไปในจังหวัดที่พักอาศัยรวม 100 คน



          ปัจจุบันศรีลังกายังคงบังคับใช้ข้อจำกัดการเดินทางข้ามเขต เนื่องจากโรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว



          กระทรวงสาธารณสุขของศรีลังกา กำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม ผู้ฝ่าฝืนกฎเหล่านี้อาจต้องโทษจำคุก



ชาวเมืองฮานอย ถูกปรับเกือบ 300 คน ไม่ทำตามมาตรการล็อกดาวน์



          เวียดนาม ดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนที่ไม่ปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น ห้ามรวมตัวกันในที่สาธารณะเกิน 2 คน ยกเว้นในที่ทำงาน โรงเรียน หรือโรงพยาบาล หากเจ้าหน้าที่พบว่าไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือไม่เว้นระยะห่างในที่สาธารณะหรือออกจากบ้านด้วยเหตุผลที่ไม่จำเป็นจะถูกลงโทษด้วยการปรับเงิน

          ชาวกรุงฮานอยเกือบ 300 คน ถูกปรับเป็นเงินกว่า 610 ล้านด่ง หรือราว 876,000 บาท จากการละเมิดมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ก.ค. 64 ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์



          สำหรับสถานประกอบการที่มีคำสั่งให้หยุดดำเนินการชั่วคราวในช่วงเว้นระยะห่างทางสังคม หากพบว่ายังดำเนินการต่อจะถูกปรับ 75 ล้านด่ง

          ประธานคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย กล่าวว่า ตำรวจฮานอยตั้งจุดตรวจบนถนนหลายสายเพื่อควบคุมการจราจร โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถมากกว่า 47,000 คัน และมีรถมากกว่า 13,000 คัน ต้องถอยกลับ



          ฮานอยมีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสมมากกว่า 900 คน ในการระบาดระลอก 4 ที่เริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนเม.ย.64 โดยการระบาดในช่วงต้นพบในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วเมืองจนนำไปสู่การล็อกดาวน์ และคลัสเตอร์ใหม่พบที่โรงพยาบาลปอด ที่มีผู้ป่วยติดเชื้ออย่างน้อย 23 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และสมาชิกในครอบครัว ทำให้ทางการสั่งล็อกดาวน์โรงพยาบาลและงดรับผู้ป่วยเพิ่ม



ชาวเมียนมา ทุกข์หนัก น้ำท่วมซ้ำโควิด-19 ต้องยกเตียงคนไข้หนีน้ำ  



          อาสาสมัครและบุคลากรทางการแพทย์ในชุดพีพีอี ช่วยกันเคลื่อนย้ายยกเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการหนักและยังต้องใช้ออกซิเจนหายใจ ออกจากโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วม ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ของเมียนมา หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วรัฐทางตอนใต้ของประเทศ ทำให้หลายเมืองของเมียนมาจมอยู่ใต้บาดาล



          เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง มีเมืองหลวง คือ เมืองพะอัน (HPA AN) อยู่ติดกับ อ. แม่สอด จ. ตาก ของประเทศไทย โดยมีแม่น้ำเมยเป็นพรมแดนธรรมชาติ เชื่อมความสัมพันธ์ด้วยสะพานมิตรภาพ (ไทย-เมียนมา) เมืองเมียวดี เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศเมียนมา เปรียบเสมือนประตูบานใหญ่ที่เชื่อมกับมิตรประเทศอาเซียน โดยเฉพาะด้านการค้าขาย เพราะเป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ



          ศูนย์ข้อมูลกะเหรี่ยง(KIC)  ระบุว่า ชาวบ้านราว 500 คนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนติดกับไทยได้รับผลกระทบ หลายร้อยคนต้องอพยพจากบ้าน



          ชาวเมียนมา กำลังทุกข์ระทมหนักต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีภัยน้ำท่วม หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลายร้อยคนกลายเป็นคนพลัดถิ่น ขณะความพยายามต่อสู้รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ล่าช้า ท่ามกลางสภาวะบ้านเมืองที่มีความตึงเครียดจากเหตุรัฐประหาร



          เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กล่าวว่า หลายคนป่วย ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นโควิด-19 หรือเป็นโรคหวัดตามฤดูกาล แต่ตอนนี้ชาวบ้านไม่สามารถอยู่บ้านได้ ต้องมารวมอยู่กันในที่พักพิง ซึ่งอาจทำให้การระบาดรุนแรงขึ้นได้



         จำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเมียนมา พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิ.ย.64 ผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 274,155 คน และมียอดผู้เสียชีวิต 7,507 ราย



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 



 

ข่าวทั้งหมด

X