สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตราใหม่จากประเทศคู่ค้าประมาณ 60 ประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (24 ก.ค.69) เนื่องจากประเทศเหล่านี้ละเลยหรือล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมสินค้าที่มีการบังคับใช้แรงงาน ทำให้ได้เปรียบทางการค้าต่อสหรัฐฯอย่างไม่เป็นธรรม
สำหรับประเทศที่จะถูกเรียกเก็บอัตราภาษีที่ร้อยละ 10 มีจำนวน 17 ประเทศ ที่มีกฎหมายแต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง เช่น แคนาดา, เม็กซิโก, สหราชอาณาจักร, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, อาร์เจนตินา, บังกลาเทศ, กัมพูชา, เอลซัลวาดอร์, กัวเตมาลา, มาเลเซีย และไต้หวัน
ส่วนอัตราร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 12.5 (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า) ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU), ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สวิตเซอร์แลนด์
และอัตราร้อยละ 12.5 บังคับใช้กับ 38 ประเทศที่ไม่มีมาตรการทางกฎหมายหรือล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการต่อต้านสินค้า ได้แก่จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม, ไทย, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บราซิล, ฟิลิปปินส์, เปรู, นิการากัว, โมร็อกโก, แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย
นักวิเคราะห์ระบุว่า เป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามการค้าระดับโลกครั้งล่าสุด หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อต้นปีนี้ว่าภาษีนำเข้าหลายรายการที่บังคับใช้ทั่วโลกภายใต้อำนาจฉุกเฉินนั้นผิดกฎหมาย ประธานาธิบดีจึงได้แสวงหาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อผลักดันนโยบายการค้าหลักของเขาต่อไป
...
#ภาษีทรัมป์
#สหรัฐฯ
ข่าวทั้งหมด