ตั้งแต่ 1-31 ส.ค.นี้ ไม่เปิดรับวอล์คอิน ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ

27 กรกฎาคม 2564, 18:38น.


          หลังการประชุมร่วมกัน ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่ายวันนี้ ที่ประชุมมีมติปรับแนวทางการบริหารจัดการสถานีกลางบางซื่อ โดยตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค.นี้ จะไม่มีการเปิดให้วอล์คอินเข้ามาใช้บริการ แต่จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "วัคซีนบางซื่อ" เพื่อให้สามารถฉีดได้ทันทีที่ไปถึง โดยจะให้บริการวัคซีน 20,000 โดสต่อวัน พร้อมทั้งมีการเสริมมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยประสานให้ทางกระทรวงกลาโหมเข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป รวมถึงมีการปรับรูปแบบไม่ต้องมีการวัดความดันก่อนฉีดวัคซีน นอกจากกรณีมีความจำเป็น เพื่อลดปัญหาความแออัดในสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วย



          จากนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลบุษราคัม ที่เมืองทองธานีไปยังอาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม หลังจากหมดสัญญากับทางเมืองทองธานีในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะรองรับผู้ป่วยระดับสีเหลืองขึ้นไป และมีการเตรียมเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยสีแดง 3,000 เตียง



          ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม รายงานว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.64 สถานการณ์ช่วง 1 สัปดาห์ ยอดผู้ป่วยสะสมถึงวันที่ 17 ก.ค.64 จำนวน 9,435 คน จนถึงวันที่ 26 ก.ค.64 ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 12,268 คน ขณะนี้มียอดผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 3,592 คน  กลับบ้านไปแล้ว 8,000 กว่าคน วันนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนจำนวน 770 คน จากสถานการณ์การระบาดต่อเนื่องและรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สัดส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีจำนวนมากขึ้น โรงพยาบาลบุษราคัมได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุขให้พัฒนาพื้นที่รองรับผู้ป่วยวิกฤตสีแดงเข้มจำนวน 17 เตียงเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว

ข่าวทั้งหมด