'อ๊อฟ'กับ'เอิร์ธ' 2 พี่น้องพิการทางสมอง กับรถวีลแชร์ 1 คัน ใน จ.ราชบุรี

16 พฤษภาคม 2562, 18:50น.


        สืบเนื่องจาก นายเอกสิทธิ์ และนางบงกช จันทร์สนิท ชาวบ้าน ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ติดต่อขอวีลแชร์คันใหม่ หลังคันเก่าที่เคยได้รับบริจาคจาก จส.100 เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 นำไปใช้เหลือช่วย "อ๊อฟ"กับ"เอิร์ธ" อายุ 23 ปี และ 27 ปี ลูกชายที่พิการทางสมอง ซึ่งทั้ง 2 คน ชอบอยู่ด้วยกัน ไม่ยอมแยกจากกัน นั่งด้วยกันคันเดียวจนชำรุด ต้องดัดแปลงโดยใช้แผ่นไม้กระดานทำเป็นที่รองนั่ง แต่พนักพิงกับลูกปืนล้อก็รับน้ำหนักไม่ไหว แถมล้อยางก็ชำรุดจากพื้นลูกรังนอกบ้าน






          นางบงกช เล่าให้ฟังถึงช่วงแรกที่เริ่มมีอาการผิดปกติ "เอิร์ธ"อายุประมาณ 1 ปี 8 เดือน มีอาการชัก จึงพาไปหาหมอ และหมอก็รักษาทางกายภาพมาตลอด ระหว่างนั้นตนก็มีคนที่สอง คือ "อ๊อฟ" พออายุได้ประมาณ 1 ปี 8 เดือน เช่นกัน ก็เริ่มมีอาการชักเหมือนกัน ก็พาไปหาหมออีก จนกระทั่งหมอส่งต่อไปตรวจร่างกายทั้งพ่อแม่ลูกที่ รพ.ศิริราช จึงเพิ่งทราบว่า ยีนของพ่อแม่ไม่เข้ากัน หากมีลูกก็จะพิการทางสมอง พัฒนาการผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้




          "พ่อกับแม่ต้องสลับกันดูแล ทานอาหาร 3 มื้อ อ๊อฟจะเคี้ยวข้าว แต่เอิร์ธจะกลืนเลย ทานเก่ง ก๋วยเตี๋ยวต้องสั่งพิเศษเหมือนผู้ชายทั่วไป ส่วนการขับถ่ายปัสสาวะระหว่างวันจะควบคุมไม่ได้ แต่มีคุณหมอช่วยฝึกให้อุจจาระเป็นเวลาช่วงเช้า ได้เก้าอี้ขับถ่ายจากพระนำมาให้ อ๊อฟกับเอิร์ธจะอยู่ด้วยกันเสมอ ไม่ยอมแยกกันแม้แต่นาทีเดียว ทั้งคู่รักกันพี่น้อง มีสายสัมพันธ์ทางจิตใจที่หมออธิบายไม่ได้ อ๊อฟจะคอยกอดคอเอิร์ธเสมอ แต่ถ้าน้องอ๊อฟคลานไปไหน เอิร์ธก็จะมองตามอยู่อย่างนั้น ไม่ละสายตาเลย เป็นความสุขของพ่อแม่ที่ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มเป็นประจำของทั้ง 2 คน" นางบงกช กล่าว




          นายเอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนอายุ 56 ปี ปัจจุบันไม่มีอาชีพแล้ว รับจ้างทั่วไป ใครจ้างให้ไปทำอะไรก็ไป รายได้รวมกับของภรรยาที่รับจ้างทำงานบ้านให้กำนันก็หลักพัน แต่ส่วนใหญ่ที่ชอบไปจะเป็นงานจิตอาสา ซึ่งก็มักจะพาลูก 2 คนขึ้นรถซาเล้งไปด้วย พอออกข้างนอกเขาก็เชื่อฟัง ไม่ลงจากรถเลย ถ้าไม่มีงานอะไรส่วนใหญ่ก็ชอบพานั่งวีลแชร์ไปวัด ห่างจากบ้านประมาณ 1 กม. ถนนเป็นทางลูกรัง ทำให้วีลแชร์พังไปแล้วประมาณ 5-6 คัน สำหรับคันของ จส.100 ครั้งก่อน ได้มาเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 แจ้งความจำนงขอรับบริจาคเพียง 1 คัน เพราะเกรงใจและเห็นว่าทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมนั่งแยกจากกันอยู่ดี ชอบนั่งกอดกัน นั่งตักไปด้วยกัน จนวีลแชร์พังเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว




          ที่รองนั่งที่วัสดุเป็นผ้าใบจะรับน้ำหนักไม่ไหว นั่ง 2 คนแล้วจมลงไปเลย ต้องทำแผ่นไม้กระดานมาใช้รองนั่งแทน ส่วนพนักพิงก็รับน้ำหนักจนฉีกขาด แถมมีช่องตกลงไปด้านหลังอีก เคยมีทางราชการมาช่วยดัดแปลงนำวีลแชร์มาต่อกัน 2 คัน เป็นแถวตอน โดยใช้แผ่นเหล็กมาเชื่อม ก็พอใช้ได้ แต่อ๊อฟก็ไม่ยอมนั่ง จะปีนเอื้อมมากอดคอพี่เอิร์ธ แถมใช้ได้แค่เดือนเดียวก็ชำรุดอีก จากนั้นก็มีอาจารย์มหาวิทยาลัยมาช่วยดูออกแบบต่อเป็นแบบหน้ากระดาน ก็บอกไม่สามารถทำได้ สุดท้ายเลยต้องใช้แบบเดิม คือ นั่งซ้อนกันจนวีลแชร์ชำรุด




          "ผมและภรรยาขอบคุณทุกคนจากใจ ที่ช่วยบริจาคและเป็นกำลังใจให้ หากถามว่าต้องการวีลแชร์แบบไหนที่จะใช้ได้ ผมขอแค่ที่รองนั่งกว้างกว่าปกติ กว้างสัก 60 ซม.ขึ้นไป รับน้ำหนักรวม 2 คนได้ประมาณ 100 กก. ด้านล่างส่วนหลังอาจไม่ต้องมีช่อง เพราะจะทำให้ตกลงไปได้ พนักพิงก็เอาแบบแข็งเรง ผ้าใบไม่น่านะรับน้ำหนักไหวตามตะเข็บ ส่วนวีลแชร์แบบไฟฟ้าผมเกรงว่าจะเหมาะกับผู้พิการขาทั่วไปมากกว่า เพราะยังสามารถกดเองได้ แต่ลูกผมพิการทางสมอง ยังไงผมกับภรรยาก็คงต้องเข็นเองอยู่ดี เอาแบบธรรมดาก็ได้ครับ" นายเอกสิทธิ์ กล่าว




          สำหรับวันนี้ (16 พ.ค.62) จส.100 ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมครอบครัวจันทร์สนิท โดยนำวีลแชร์มามอบให้ใช้งานก่อนจำนวน 2 คัน แทนคันเก่าที่ชำรุด พร้อมรวบรวมข้อมูลความเป็นอยู่และการใช้งานจริง หลังจากนี้จะจัดหาวีลแชร์แบบพิเศษที่สามารถใช้งานกับ"อ๊อฟ"และ"เอิร์ธ"ได้ หากผู้ใดมีไอเดียดีๆที่อยากแนะนำ สามารถแจ้งมาได้ที่ จส.100 โทร.1137 และ *1808 (โทรฟรี)




          ส่วนเงินเพื่อนำไปซื้อวีลแชร์ให้ครอบครัวจันทร์สนิทขณะนี้เพียงพอแล้ว หากท่านใดสนใจจะบริจาคเพิ่มเติมเข้าโครงการบริจาควีลแชร์กับ จส.100 ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ เพื่อจัดหาวิลแชร์ให้กับผู้ป่วยคนอื่น สามารถบริจาคเข้าบัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 101-3-47990-0 (ภายใน 31 ธ.ค.62)