ดำน้ำสน็อกเกิ้ล-ตะลุยทุ่งเสม็ดขาว ‘เกาะพระทอง’ จ.พังงา

21 พฤศจิกายน 2561, 19:00น.


        เราลาออกจากการเป็นคนกรุงเทพฯ ชั่วคราว มาเป็นคนพังงา 3 วัน 2 คืน วันแรกเรามาที่บ้านท่าดินแดง ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง ไปพายเรือคายัก นั่งเรือหัวโทงไปทุ่งหญ้าสะวันนา หาดเขาหน้ายักษ์ คลิกอ่านรีวิว และบันทึกไว้ในสมุดส่วนตัวว่าเราจะกลับมาอีกครั้งถ้าโอกาสมี เช้าตรู่วันที่สองเราออกเดินทางจากที่พักในเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า มุ่งหน้าท่าเรือคุระบุรี เพื่อขึ้นเรือสปีดโบ๊ทไปยังเกาะพระทอง เกาะที่ใหญ่ที่สุดใน จ.พังงา และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ





        มูฮัมหมัด ฟาริส ผู้ดูแลเราในการเดินทางครั้งนี้ บรรยายก่อนออกทะเลด้วยสำเนียงทองแดงว่า ทริปนี้จะพาเราออกเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ท ขนาด 3 เครื่องยนต์ จุคนได้ 45 ที่นั่ง ออกจากอ่าวเกาะระไปทางทิศตะวันตกและเฉียงลงทิศใต้ไปเทียบเรือที่เกาะพระทอง ใช้เวลาราว 20-25 นาที สำหรับเกาะพระทองตั้งอยู่ในเขต อ.คุระบุรี มี 3 หมู่บ้าน เกิดการทับถมของซากปะการังนับล้านปี มีสัณฐานเแบนราบ และมีธรรมชาติที่แปลกตาจึงดึงดูดใจผู้คนมานักต่อนัก





        เรือจอดเทียบท่าที่บ้านท่าแป๊ะโย้ย หมู่บ้านชาวประมงอยู่ฝั่งทิศตะวันตก อดีตชาวบ้านเกาะพระทองเคยตั้งหมู่บ้านกระจายอยู่ทั่วไป หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิ ปี 2547 จึงย้ายมาอยู่รวมกันบริเวณนี้นี้ซึ่งมีความปลอดภัยกว่า แต่ส่วนหนึ่งก็ย้ายไปอยู่บนแผ่นดินใหญ่เพื่อประกอบอาชีพ เกาะพระทองวันนี้จึงเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน และคนรักการผจญภัย โดยจากจุดนี้เราจะขึ้นรถโฟร์วีลซึ่งทั้งเกาะมีเพียง 4 คัน ไปตามจุดไฮไลท์ต่าง ๆ ห้ามพลาด



        จุดแรกเรียกว่า ทุ่งเสม็ดขาว ลักษณะเป็นทุ่งโล่ง มีแหล่งน้ำจืด หมูป่า กวาง นกตะกรุม และพันธ์พืชแปลกตากระจายอยู่ทั่วไป ครอบคลุมพื้นที่ 30,000 ไร่ ทีเด็ด คือ ต้นเสม็ดขาวที่ยืนต้นบิดเบี้ยวชวนให้นึกถึงฝีแปรงของจิตรกรในภาพแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ ถัดจากทุ่งเสม็ดขาวเรามาจอดแวะบริเวณ ทุ่งหญ้าสะวันนา ที่จะอวดสีเหลืองทองอร่ามเต็มที่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน นับเป็นภาพที่หาชมได้ยาก จนเราเกือบคิดว่ากำลังยืนอยู่ทวีปแอฟริกาเลยทีเดียว











        รถโฟร์วีลพาเรามุ่งต่อไป จากทุ่งโล่งสีทองสู่ร่มไม้เขียวครึ้มของเกาะด้านตะวันตก ที่นี่เป็นที่ตั้งของ The Moken Eco Village ที่พักสุดชิว ริมหาด ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เรามาแวะทานมื้อกลางวันกันที่นี่ ระหว่างนั้นก็สำรวจบ้านพักหลังต่าง ๆ ที่ปลูกแยกเป็นหลัง ๆ เป็นบ้านไม้ ยกพื้นสูง หลังคามุงจาก ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มักเข้าพักกันเป็นเดือน ๆ เราอิจฉาวิถีสโลว์ไลฟ์ของพวกเขา แต่ยังหยุดไม่ได้ เสร็จจากมื้อกลางวันเราต้องไปดำน้ำกันต่อ











        เรือสปีดโบ๊ท ขนาด 3 เครื่องยนต์ จอดรอเราอยู่แล้วตามเวลานัดพบ เราออกทะเลกว้างอีกครั้งไปดำน้ำตื้นด้วยกัน 2 จุด คือที่เกาะร่ม และเกาะไข่ ระหว่างทางเราผ่านเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ โชคดีที่วันนี้ฟ้าเป็นใจ ไม่มีฝน กิจกรรมการดำน้ำจึงเป็นไปอย่างราบรื่น โดยที่เกาะร่มนักดำน้ำสามารถชม กัลปังหา ปะการังที่ปกติหาชมได้ในน้ำลึก รูปร่างคล้ายพัดซึ่งมีด้วยกันถึง 7 สี ใช้เวลาจุดละ 20 นาที บนเรือมีผ้าเช็ดตัว ห้องน้ำ และน้ำจืดให้บริการ









        หากคุณสนใจมาตะลุยเที่ยวแบบนี้ แต่มีคำถามเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหารขึ้นชื่อ หรือสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่น ๆ สามารถสอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานพังงา โทร. 0 7648 1900-2



#ป๋าแนทเที่ยวเตร่