ผอ.รร.กรุงเทพคริสเตียน พร้อมทบทวนการแต่งชุดไปรเวท รอถามความเห็นครู-นักเรียน

10 มกราคม 2562, 11:18น.


หลังจากที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ส่งหนังสือขอให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทบทวนการอนุญาตให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดไปรเวทมาโรงเรียนได้ทุกวันอังคาร ตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียน นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่า ยินดีทบทวนตามข้อเสนอแนะ และเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งเมื่อวาน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ได้เดินทางมาหารือด้วยตัวเอง พร้อมคณะผู้บริหาร ในการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ขั้นตอนหลังจากนี้คือการสอบถามกลุ่มบุคคล ทั้งนักเรียน ผู้ปกครองและอาจารย์ เพราะก่อนที่จะมีการประกาศอนุญาตได้สอบถามความเห็นจากบุคคลเหล่านี้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ได้ข้อสรุปจากผู้ปกครองและฝ่ายผู้บริหารในทิศทางเดียวกันแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจาก กลัวจะเป็นการชี้นำ ผลการหารือที่เหลือจากนักเรียนและอาจารย์ ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะทำรายงานส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน แต่คาดว่าจะไม่ทันสัปดาห์หน้า เนื่องจาก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 อยู่ระหว่างการเข้าค่ายเขาชนไก่ ซึ่งจะต้องมีการหารือกับประธานนักเรียน ส่วนตัวเชื่อว่ามติที่ออกมาจะมีความเห็นที่ตรงกัน แต่หากผลการพิจารณาให้มีการยกเลิกก็ต้องทำความเข้าใจกับนักเรียนว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย โดยการประกาศ อนุญาตให้นักเรียนแต่งกายด้วยชุดไปรเวทมาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถูกเลื่อนมาหลาย ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2561 เนื่องจาก การอนุญาตต้องผ่านการพิจารณา และความคิดเห็นของหลายฝ่าย และเห็นว่าขณะนี้สังคมน่าจะมีการเปิดกว้างมากขึ้น เพราะบางโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนในเครือของกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็มีการใส่ชุดไปรเวท สัปดาห์ละ 1 ครั้งเช่นกัน



พร้อมชี้แจงว่ากิจกรรมส่วนใหญ่โรงเรียนสามารถดำเนินการได้เอง การอนุญาตให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทก็เป็นเพียงหนึ่งกิจกรรมของโรงเรียน โดยปกติไม่จำเป็นจะต้องแจ้งคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทุกกิจกรรม เพียงแต่บังเอิญได้รับกระแสตีกลับจำนวนมากและจากการดูในระเบียบเรื่องการแต่งกายก็ยังต้องยึดตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 และการประกาศอนุญาตไม่ได้ขัดและสามารถทำได้ แต่อาจเป็นการขอความร่วมมือจากคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ทำตามหน้าที่ เนื่องจากกระแสที่ออกมาทั้งด้านบวกและลบ



นายศุภกิจ อธิบายว่า โครงการนี้ ได้แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะ 1 ช่วง 6 สัปดาห์ เพื่อดูว่านักเรียนจะมีความสุขเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หลังจากแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน ระยะ 2 ประมาณ 1 ปี จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ เมื่อผลการประเมินโครงการระยะแรกเสร็จสิ้น โดยส่งผลการประเมินไปหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นปกติตามระเบียบที่ต้องรายงานขึ้นไป ขณะที่ผลตอบรับเมื่อวันอังคาร พบว่าดีมาก ทั้งนักเรียนและผู้ปกครองต่างชื่นชอบ มีเสียงสะท้อนขอบคุณที่โรงเรียนกล้าคิดต่าง ให้เด็กได้เเสดงออก แต่ยอมรับอาจเป็นความผิดพลาดที่ไม่รู้ว่ากระแสตอบรับที่ตีกลับไปยังหน่วยงานเป็นอย่างไร ต่อไปจึงต้องหาข้อมูลมากขึ้น เพราะจะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับโรงเรียนอื่น 



ส่วนข้อกังวลว่าจะกลายเป็นภาระของผู้ปกครองเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนตัวไม่เชื่อ แต่หากเป็นจริง นายศุภกิจ กล่าวว่า ยิ่งต้องสอนไม่ให้นักเรียนตกเป็นเหยื่อของแฟชั่น หากเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้น ต้องหาทางแก้ไข ให้ทุกระดับอยู่ด้วยกันได้ ส่วนตัวเห็นด้วยที่ในอดีต เด็กถูกสอนให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกอย่างแต่ในปัจจุบันอยากให้เพิ่มเติมเรื่องการไม่มองข้ามความสามารถของเด็ก พร้อมกล่าวว่า ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นนักการศึกษามีหน้าที่พัฒนาสิ่งที่ดีที่สุด หากโรงเรียนขาดทุนจะอยู่ไม่ได้ หากโรงเรียนไม่มีคุณภาพมากพอผู้ปกครองจะไม่ไว้วางใจให้ลูกหลาน เข้ามาเรียน จึงต้องพัฒนาอยู่เสมอ ไม่สามารถจะนั่งรอนโยบายจากภาครัฐที่เป็นองค์กรใหญ่ซึ่งมีความล่าช้าได้ ยอมรับหนักใจ และเสียใจ ไม่คิดว่ากระแส การอนุญาตให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาโรงเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะรุนแรงทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ก็ดีใจที่มีการแสดงความคิดเห็นแบบหาข้อมูลมาก่อน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม



ผู้สื่อข่าว:เกตุกนก ครองคุ้ม 



 

ข่าวทั้งหมด