!-- AdAsia Headcode -->

4 มาตรการทางการเงิน ช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19

14 มกราคม 2564, 15:50น.


     นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้ทบทวนมาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศ ปี 63 มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 และมาตรการช่วยเหลือ SMEs

     การขยายมาตรการสินเชื่อในโครงการต่าง ๆ ก็เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบรายย่อย ผู้ประกอบการอิสระ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยอนุมัติให้มีการขยายระยะเวลาการขอสินเชื่อและพิจารณาสินเชื่อออกไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 64 ดังนี้

     1. มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.) วงเงินสินเชื่อรวม 5,000 ล้านบาท (วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท/ราย) ขยายระยะเวลาสินเชื่อถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64 เหลือวงเงินภายใต้โครงการอีก 2,142 ล้านบาท



     2. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้แก่ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ ไม่มีรายได้ประจำหรือเกษตรกรรายย่อย ขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อจนถึง 30 มิย. 64 รวม 2 ธนาคาร มีวงเงินคงเหลือทั้งสิ้น 14,365 ล้านบาท

     3. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ของธนาคารออมสิน จำนวน 5,000 ล้านบาท ให้จัดสรรวงเงินที่เหลือ 2,987 ล้านบาท ให้ธนาคารออมสินไปดำเนินโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้ประจำ และรวมถึงบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภัยทางเศรษฐกิจ และภัยทางธรรมชาติ

     4. โครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก ของธนาคารออมสิน ขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 64 วงเงินดำเนินโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก จำนวน 10,000 ล้านบาท ยังคงมีวงเงินสินเชื่อคงเหลืออยู่อีกจำนวน 7,425 ล้านบาท