!-- AdAsia Headcode -->

"ความร้อนขึ้น" สาเหตุอันดับต้นๆ ของรถเสียช่วงการเดินทาง

28 ธันวาคม 2562, 13:39น.


          ในช่วงเทศกาลที่ผู้คนมักเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ย่อมมีปริมาณการจราจรบนท้องถนนหนาแน่นเป็นธรรมดา ปัญหารถเสียนับเป็นในร้ายรองจากการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเมื่อรถไม่สามารถขับต่อได้ในขณะที่การจราจรหนาแน่นนั้น ความช่วยเหลือย่อมต้องมาล่าช้ากว่าปกติ ผู้ขับรถควรมีความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยเฉพาะสาเหตุยอดฮิตอย่าง "ความร้อนขึ้น"

เราจะรู้ได้อย่างไร ?

          รถแต่ละรุ่นจะมีมาตรวัดบอกไว้ที่หน้าปัดแต่งต่างกัน ตอนสตาร์รถใหม่ๆ เข็มจะชี้อยู่ที่ C (cold) เมื่อขับไปสักพัก เข็มมักจะขยับมากลางๆ ค่อนไปทาง H (hot) นั่นหมายถึงอุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 85 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าปกติ แต่หากตำแหน่งของเข็มชี้จนอยู่ในเกณฑ์สีแดง จนใกล้ H มากๆ นั่นหมายถึง อุณหภูมิเกิน 100 องศาเซลเซียส เครื่องยนต์มีความร้อนสูงผิดปกติเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันรถยนต์หลายยี่ห้ออาจไม่มีมาตรวัดดังกล่าวให้ดูก็ไม่ต้องกังวล หลายยี่ห้อใช้เป็นสัญลักษณ์ไฟสีเหลืองหรือสีแดง เพื่อเตือนความผิดปกติที่สัญลักษณ์หม้อน้ำ ดูแค่นี้ก็ได้เช่นกัน






เกิดจากอะไร ?

         สาเหตุที่ความร้อนขึ้นเป็นไปได้หลายอย่าง เช่น หม้อน้ำรั่ว ท่อรั่ว อุปกรณ์กลไกไม่ทำงาน ฯลฯ แต่ที่พบอยู่บ่อยครั้ง คือ "พัดลมหน้าหม้อน้ำไม่ทำงาน" หรืออาจจะทำงาน ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ่านหมด อ่อนกำลัง ฯลฯ ซึ่งถ้าเป็นสาเหตุนี้ อาจจะยังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง

อาการจะเป็นอย่างไร ?

         เมื่ออุณหภูมิร้อนผิดปกติ สิ่งแรกที่สมองของรถยนต์สั่งการ คือตัดการทำงานของรถ เครื่องยนต์จะดับ ทำให้ระบบเบรคและพวงมาลัยพาวเวอร์ไม่ทำงานไปด้วย รถบางรุ่นดีหน่อย อาจจะพอให้โอกาสขับต่อไปได้อีกหน่อย แต่จะไม่สามารถเติมคันเร่งได้




แล้วทำอย่างไรต่อ ?

          สติสำคัญที่สุด ให้รีบประคองรถจอดข้างทางแล้วเปิดไฟฉุกเฉิน หรือเลี้ยวเข้าจุดที่ปลอดภัย เช่น ภายในปั๊มน้ำมัน ห้ามฝืนขับต่อเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกว่าเดิม เมื่อจอดรถได้แล้วให้ดับเครื่องยนต์ สังเกตว่ามีน้ำรั่วหยดออกมาใต้ท้องรถหรือไม่ ถ้ามี ไม่ควรเปิดฝากกระโปรงรถในทันที เพราะอาจมีน้ำพุ่งถูกตัวเราได้ รอให้เสียงไอน้ำเงียบลงไปก่อน แล้วค่อยเปิดฝากระโปรงหน้ารถ เพื่อให้ความร้อนระบายออก เสร็จแล้วยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้ง จส.100 โทร.1137 , *1808 ทันที เพื่อให้ช่างมาช่วยแก้ไข

การแก้ไขเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตนเอง ?

          สิ่งที่ห้ามทำคือการเปิดฝาหม้อน้ำในทันที เพราะจะมีไอน้ำพุ่งออกมาเป็นอันตรายกับเราได้ ให้รออย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิลดลง จากนั้นให้หาผ้าหนาๆมาหุ้มที่ฝ่ามือเพื่อเปิดฝาหม้อน้ำ ช่วงแรกอาจมีไอน้ำดันออกมาบ้าง ไม่ต้องตกใจ ค่อยๆเปิดออก แล้วใช้น้ำสะอาดจากขวดน้ำดื่มค่อยๆเติมในหม้อน้ำ จำด้วยว่าเติมน้ำไปเท่าไหร่จากปริมาตรขวดน้ำ และให้สังเกตว่ายังมีน้ำรั่วออกมาอีกหรือไม่




ขับต่อได้ไหม ?

          หากทำตามข้างต้นแล้ว อาจพยายามประคองรถขับต่อไปหาช่างได้ เริ่มจากสตาร์ทรถไว้สัก 1-3 นาที หากไม่ได้ยินเสียงใดผิดปกติ ความร้อนไม่ได้พุ่งสูงขึ้นในทันที ค่อยๆขับรถออกมา ประคองรอบเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวลประมาณ 1,200 - 2,000 รอบ/นาที ขับไหลไปช้าๆ เพื่อให้ลมพัดผ่านมาระบายความร้อนไปในตัว ไม่ควรฝืนขับหากการจราจรติดขัด เพราะหากรถจอดหยุดนิ่ง ความร้อนจะยิ่งสูงขึ้น เอาเป็นว่าถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรฝืนขับต่อ เพราะหากความร้อนขึ้นติดต่อกันนาน อาจจะทำให้ฝาสูบเสียหายได้ ควรรอช่างที่มีความชำนาญจะดีกว่า

          อาการรถเสีย เกิดขึ้นได้กับรถยนต์ทุกคัน ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ เพียงแต่รถที่มีใช้งานมานานมากอาจมีโอกาสมากกว่า ผู้ขับรถควรศึกษาวิธีแก้อาการเหล่านี้ไว้บ้าง ยามฉุกเฉินจะได้มีสติในการประคองรถเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย



อภิสุข เวทยวิศิษฏ์

ผู้ดำเนินรายการ จส.100