จราจร
ของหายได้คืน
POST & SHARE
จราจร
ของหาย
ได้คืน
POST &
SHARE
3645
Tweet
https://www.js100.com/en/site/post_share/view/81151
COPY
มูลนิธิเมาไม่ขับ เผย 10 สารพัดวิธีที่ "คนเมาเอาเปรียบเหยื่อ"
3645
Tweet
https://www.js100.com/en/site/post_share/view/81151
COPY
27 ธันวาคม 2562, 17:42น.
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากคนเมาแล้วขับยังมีให้เห็นบนท้องถนนทุกวัน แม้มีกฎหมายมากมายที่เกี่ยวข้อง แต่ในการบังคับใช้กฎหมายกลับยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยังมีความสูญเสียทางท้องถนนเกิดขึ้น ทางมูลนิธิเมาไม่ขับในฐานะองค์กรที่รณรงค์ด้านนี้โดยตรง นำเสนอข้อมูลอีกด้านจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายที่ตกเป็น"เหยื่อ"ของคนเมาแล้วขับ กลับถูกเอาเปรียบมาโดยตลอด
1. เลี่ยงการตรวจแอลกอฮอล์
แม้จะมีกฎหมายแรงถึงขั้น"ปฏิเสธการเป่าเท่ากับเมา" รวมถึงมีคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าพนักงานสอบสวนต้องตรวจแอลกอฮอล์ทุกครั้งในกรณีอุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ในความเป็นจริงกลับยังมีหลายครั้งที่มองด้วยตาก็รู้ว่าคนขับเมา แต่กลับไม่ถูกตรวจแอลกอฮอล์ในทันที
2. ประวิงเวลาจนขาดอายุความ
"ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัว" "ไม่สบาย"
"ติดธุระสำคัญ"
เป็นข้ออันดับต้นๆ ที่ผู้ก่อเหตุใช้ประวิงเวลา เพื่อรอให้คดีหมดอายุความ ในขณะที่เหยื่อ ต้องทนกับอาการบาดเจ็บ การสูญเสีย และบางคนถึงขั้นทุกข์ไปตลอดชีวิต
3. เสนอค่าเยียวยา
ฝ่ายผู้ก่อเหตุมักเสนอเงินค่าเยียวยาให้จำนวนหนึ่ง โดยแจ้งกับเหยื่อว่า
"ถ้าอยากได้มากกว่าที่เสนอ ก็ให้ไปฟ้องร้องต่อศาลเอาเอง"
ทำให้เหยื่อหรือญาติรู้สึกว่าดีกว่าไม่ได้อะไรเลย จนตัดสินใจยอมเสียเปรียบทั้งที่ตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ
4. ให้เซ็นเอกสารโดยไม่มีข้อความใด ๆ
เกิดขึ้นจริงกับเหยื่อหลายคนที่อยู่ระหว่างนอนรักษาตัวจากอุบัติเหตุ มักมีฝ่ายทนายหรืออาจเป็นตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเองที่เข้ามาพูดถึงเรื่องคดีความ และให้"เซ็นลอย" ซึ่งมักเป็นเอกสารเปล่าไม่มีเงื่อนไขใดเขียนไว้แต่แรก กว่าจะรักษาตัวหายและมาสู้คดีกลับกลายเป็นว่าได้เอกสารดังกล่าวถูกนำไปเติมข้อความในหลัง จนตนเองตกเป็นรองไปในที่สุด
5. วิ่งเต้นให้เป็นคดีประมาทร่วม เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบ
หนึ่งในสิ่งที่เหยื่องงมากที่สุดหลังเกิดเหตุ คือจากที่คนเมาขับรถชนตนเองได้รับบาดเจ็บ แต่พอมาดูสำนวนคดีภายหลังกลับกลายเป็นว่า เหยื่อกลับตกเป็นผู้ต้องหาในฐานะประมาทร่วม ซึ่งทำให้รูปคดีนั้นเปลี่ยนไป กรณีดังกล่าวมักพบว่ามีความพยายามวิ่งเต้นกับพนักงานสอบสวนด้วย
6. ยอมรับข้อตกลงผ่อนชำระ สุดท้ายถูกเบี้ยว
มักมีการเจรจาให้ยอมทำข้อตกลงในการเยียวยาเหยื่อ ด้วยการขอผ่อนชำระให้เป็นรายเดือน แต่ถึงเวลาจริงกลับเบี้ยวไม่ผ่อนชำระให้ พอเวลาผ่านไปเหยื่อกลับไม่ได้อะไร แถมจะไปเรียกร้องในภายหลังก็ทำได้ยากลำบาก
7. พาผู้ใหญ่ที่มีหน้าตาในสังคมมาข่มขู่
เรื่องจริงจากเหยื่อคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกที่ตนถูกคนเมาแล้วขับชนทำให้ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ในระหว่างนั้นมีข้าราชการ-นักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเยี่ยม ตนรู้สึกว่าผู้ใหญ่อาจเป็นห่วงตนจริงๆเพราะเป็นคนของพื้นที่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีกลับกลายเป็นว่า สาเหตุที่มาเยี่ยมในครั้งนั้นคือการแสดงอำนาจให้เห็นว่าอย่าได้คิดสู้คดี ให้อาจถูกบังคับให้ยอมความในเวลาต่อมา
8. ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน เลี่ยงการบังคับคดี
ระหว่างที่มีการต่อสู้คดีกันในศาล จำเลยหรือผู้ก่อเหตุอาจใช้วิธียักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้กับบุคคลอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับคดี เมื่อคดีถึงที่สุด แม้เหยื่อได้แต่คำพิพากษาชนะคดี แต่กลับไม่ได้ค่าชดใช้ เพราะผู้ก่อเหตุไม่มีทรัพย์สินให้ยึด
9. หลบหนีจนหมดอายุความ
ในระหว่างที่ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัว กลับมีความพยายามหลบหนี เพื่อรอจนคดีหมดอายุความ สุดท้ายกลายเป็นเหยื่อที่ต้องทนทุกข์ทรมาน
10. ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบา
ทนายฝ่ายจำเลย มักยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบา รวมถึงขอให้รอลงอาญา โดยอ้างว่าเป็นความประมาทไม่ได้เจตนา เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
MEA จัดใหญ่ “MEA Fair 2026 การเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร” ชูนวัตกรรมพลังงาน พร้อมขนทัพกูรูเปิดเวที MEA ENERGY TALK เจาะลึก Solar - EV - Smart Grid หนุนเศรษฐกิจชุมชน 1 - 2 ต.ค. 69
วันนี้, 13:33น.
...
กฟผ. โชว์ความสำเร็จทดสอบ “โรงไฟฟ้าเสมือน” รองรับระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่
วันนี้, 11:23น.
...
PEA คว้ารางวัล ชนะเลิศ เวที Ragan CSR Awards 2026 สหรัฐอเมริกา
วันนี้, 11:03น.
...
ข่าวทั้งหมด
X