!-- AdAsia Headcode -->

ททท.- บขส. ร่วมกับ จส.100 จัดทริปเส้นทางกรุงเทพฯ-อุทัยธานี “ผ้างามเล่าเรื่องเมืองเหนือ” #2

10 กันยายน 2562, 15:00น.


     เรืองๆ พันแสงสาดส่องกระทบไอหมอกยามเช้าหลังจากที่เมื่อคืนมีฝนโปรยลงมา ทำใช้เช้าวันนี้อากาศเย็นสบายท่ามกลางบ้านสวนที่โอบล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิด มองออกไปมองเห็นบางคนมาวิ่งออกกำลังกายรับอากาศบริสุทธิ์ ที่ไม่บ่อยนักจะได้ทำกันสำหรับคนที่อยู่ในเมืองกรุง



      วันนี้ จส.100 และผู้ร่วมเดินทาง เรายังอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีในทริป “ ผ้างามเล่าเรื่องเมืองเหนือ” เส้นทางกรุงเทพฯ-อุทัยธานี วันนี้ก็เป็นวันที่ 2 ที่พร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวกันต่อ ซึ่งเมื่อคืนได้พักผ่อนกันเต็มอิ่ม

      พร้อมเดินทางต่อไปที่ วัดถ้ำเขาวง วัดไม้เก่าแก่ ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน เดินชมวิว ชิลไปตามเส้นทางธรรมชาติ ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล



      มองดูเผินๆ ภายนอกจะเห็นเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน เหมือนเป็นรีสอร์ทสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศกำลังเย็นสบายๆ ของหน้าหนาว แต่ที่จริงแล้ว ที่นี่คือ “วัดถ้ำเขาวง” วัดทรงศาลพระภูมิ ผู้รู้ของเราบอกว่าถ้ามองดีๆ ก็จะเหมือนกับศาลพระภูมิขนาดยักษ์ตั้งอยู่นั่นเอง เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand เลยทีเดียว ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านไร่ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไม่ไกล



      ตัววัดเป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทย 4 ชั้น ใต้ถุน เป็นลานเอนกประสงค์ รวมทั้งร้านขายของต่างๆ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร และมีรอยพระพุทธบาทจำลองให้เราไว้สักการะ สำหรับชั้นที่ 3 นั้นจะเป็นหออริยบูชาไว้สำหรับการปฏิบัติธรรม ส่วนอุโบสถจะอยู่ในชั้นที่ 4



      นอกจากจะได้มาทำบุญ สักการะรอยพระพุทธบาทจำลองกันแล้ว เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นอุโบสถ ก็สามารถเห็นวิวสวยๆ และรับลมหนาวได้อย่างเต็มปอดอีกด้วย



      แต่ความ Unseen ยังไม่จบแค่ตัววัดที่สวยงามเพียงเท่านี้ หลังวัดจะมีบันไดให้เราเดินขึ้นไปด้านบ นเพื่อไปชมถ้ำต่างๆ ได้อีก ถ้ำที่อยู่หลังวัดจะเป็นถ้ำที่พุทธศาสนิกชนหลายๆ คนมาเพื่อปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ได้อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาตินั่นเอง ทางที่เดินขึ้นไปบนถ้ำจะค่อนข้างลาดชันเล็กน้อย ใครที่อยากเข้ามาชมบรรยากาศตรงนี้อาจจะต้องสวมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินเขา เพราะจะได้ฟีลแอดเวนเจอร์ผจญภัยในป่าเล็กๆ ตลอดตามทางจะมีธารน้ำตกเล็กๆ ไหลเอื่อยๆ จากภูเขาลงสู่บ่อน้ำที่ด้านล่าง ธรรมชาติมากๆ เลยทีเดียว



     เมื่อเราขึ้นไปถึงด้านบนของถ้ำ เราก็จะเจอพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสวยงาม และสงบเป็นสถานที่สำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ได้มาปฏิบัติธรรม แต่ขึ้นมาเพื่อชมความสวยงาม ก็ไม่ควรส่งเสียงดัง ถ้าใครได้ผ่านมาเที่ยวเมืองอุทัยธานี ต้องไม่พลาดที่จะมาสักการะพระพุทธบาทจำลอง มาแวะเที่ยวชมวัดสวยๆ ทำบุญให้จิตใจเบิกบาน สูดอากาศดีๆ เท่านี้ก็เป็นความสุข เป็นสิริมงคล





     วัดถ้าเขาวง จะอยู่ห่างจากตัวอำเภอบ้านไร่ประมาณ 32 กิโลเมตร โดยใช้ถนนเส้น 3011 เมื่อถึงที่หน้าวัดแล้ว อยากบอกเลยว่าเหมือนทะลุมิติมาอยู่ท่ามกลางสวรรค์จริงๆ ตัววัดถ้ำเขาวง จะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งตระหง่านอย่างสวยงาม ตัวของศาลาวัด จะทำด้วยไม้ทั้งหลังเป็นทรงไทยโบราณ อยู่บริเวณตีนเขา แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามจากการตกแต่งและสร้างสรรค์ของทางวัดถ้ำเขาวง รวมทั้งสะพานไม้ข้ามบ่อน้ำ โดยถ้ายืนกลางสะพาน สามารถเซลฟี่โดยมีศาลาวัดถ้ำเขาวงเป็นฉากหลังอันสวยงามได้เลย



     หลังจากอิ่มบุญและบรรยากาศกันแล้ว เดินทางต่อไปชมต้นไม้ยักษ์ อายุเกือบ 400 ปี ว่ากันว่าต้องใช้คนถึง 40 คน ถึงจะล้อมรอบต้นไม้ได้ จะใหญ่แค่ไหน ต้องไปดูด้วยตา ใกล้ต้นไม้ มีตลาดชุมชนให้เดินเพลินๆ



     “ต้นไม้ยักษ์” หรือ “ต้นเซียง” ตั้งอยู่ที่บ้านสะนำ เดิมเป็นของพ่อตาขอ นายเฮียง ชาวป่า เมื่ออายุ 22 ปี ได้แต่งงานกับภรรยาเมื่อก่อนนั้น พ่อตาจะขายให้กับพ่อค้าในราคา 9,000 บาท เพื่อนำไปทำก้านไม้ขีดไฟ ทำไม้ไอศกรีม และเอาพูพอนไปทำที่ตีข้าวแต่ นายเฮียง ชาวป่า ขอต้นไม้นี้กับพ่อตาไว้ เพราะเห็นมีคุณค่าและความสำคัญ ที่จะหาต้นไม้ใหญ่แบบนี้ในชุมชนไม่มีอีกแล้ว เพราะที่มีอยู่ก็ถูกโค่นถูกล้มไปหมดแล้ว เหลือเพียงต้นนี้ต้นเดียวในชุมชน จึงขอไว้และดูแลรักษาอนุรักษ์มาจนถึงวันนี้



      เอกลักษณ์อันโดดเด่นของต้นไม้ยักษ์ต้นนี้ จะเป็นไม้เนื้ออ่อน มีพูพอนไว้ค้ำยันลำต้นให้คงอยู่ ถ้าวัดเส้นรอบวงแนบตามพูพอนที่ยื่นออกมา จะได้ประมาณ 97 เมตร แต่ถ้าใช้คนกางแขนโอบจะได้ประมาณ 40 คน เป็นต้นไม้ใหญ่กลางป่าหมากและป่าสมุนไพร ต้นไม้ยักษ์ต้นนี้ในอดีต ไม่ได้มีความสำคัญแค่เพียงความเป็นต้นไม้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณของชุมชน ยืนตระหง่างเคียงข้างศาลเจ้าบ้าน ที่สมาชิกในชุมชนทุกคนมีความรักศรัทธา



      ในอดีตพื้นที่จัดหวัดอุทัยธานีมีต้นผึ้งหรือต้นเชียงอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นป่าดิบเดิม แต่เมื่อผู้คนอพยพเข้ามาก็ถากถางพื้นที่ป่าเป็นที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน โค่นต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ไปทำที่อยู่อาศัย ถูกตัดไปหมดเหลือเพียงต้นผึ้งยักษ์ต้นนี้ที่มีอายุเกือบ 400 ปี ไว้กลางชุมชนเพียงต้นเดียว ต้นเซียงยักษ์ถูกรายล้อมไปด้วยป่าหมากอีกนับร้อย นับพันต้น ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายลาวของทุกหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่และชาวบ้านที่นี่นิยมเรียกต้นเซียงว่า “ต้นผึ้ง”



      หลังจากที่เดินชมบรรยากาศร่มรื่นและชื่นชมกับควาสูงใหญ่ของต้นเซียงยักษ์เรียบร้อยแล้ว เราเดินทางช้อปของที่ตลาดตลาดซาวไฮ่ อุทัยธานี ศูนย์รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์และงานคราฟต์



     สังเกตุได้ว่าผักและผลไม้ของที่จังหวัดอุทัยธานีนอกจากจะปลอดสารพิษยังลูกใหญ่หวานกรอบ เพราะมีการคัดและเก็บสดๆ ในตอนเช้าก่อนจะนำมาขาย ทั้งสดทั้งปลอดสารพิษอย่างนี้ใครจะอดใจไหว อย่างลูกอะโวคาโดที่มีประโยชน์ รสชาติอร่อยที่ตลาดแห่งนี้ขายเพียงกิโลกรัมละ 70 บาท และผักสดราคาถูกอีกหลากหลายชนิด ก่อนกลับบ้านวันนี้ต้องได้อะไรติดไม้ ติดมือกันทุกคนอย่งแน่นอน



     เวลาแห่งความสุขเดินไวเหลือเกิน ได้เวลาที่ต้องกลับกันแล้ว ในการเดินทางตลอดทริปนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัทขนส่ง จำกัด และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนให้ จส.100 ได้จัดทริปท่องเที่ยวครั้งนี้ โดยเฉพาะการเดินทางที่ปลอดภัยขอบคุณพนักงานขับรถจาก บขส. ทุกท่านที่ให้บริการเป็นอย่างดี เล่าถึงความประทับใจเรื่องระบบของรถ MAN นวัตกรรมใหม่จากเยอรมนี ระบบภายในที่ตกแต่งสวยงาม ที่นั่งก็นุ่มสบาย พร้อมมีปลั๊กไฟอีกด้วย  นอกจากรถใหม่แล้ว แต่พนักงานขับรถไม่ได้ใหม่ตามเลย เพราะมีประสบการณ์ขับรถถึง 18 ปี ทำให้อุ่นใจเมื่อใช้บริการอย่างแน่นอน