!-- AdAsia Headcode -->

เส้นทางเล่าเรื่อง 'เมืองชาละวัน' ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม

15 กรกฎาคม 2562, 14:49น.


     ดวงตะวันสาดส่องแสงแดดอ่อนในยามเช้าของวันหยุดยาว นอนพักอยู่บ้านเฉยๆช่างแสนน่าเบื่อ เราหนีความวุ่นวายในเมืองกรุง มุ่งหน้าขึ้นเหนือในวันธรรมดาน่าเที่ยวกันดีกว่า

     เที่ยวครั้งนี้ต้องเตรียมตัวกันแต่เช้าหน่อยเพราะต้องใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองชาละวัน หรือ จังหวัดพิจิตร เมืองเล็กแต่น่ารัก หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าในเมืองเล็กๆนี้ มีหลายอย่างที่น่าสนใจ และบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อนมากๆ



     สถานที่จะพาไปชม "บ้านเก่า เสาปั้นจั่น" ซึ่งเป็นชื่อท่าเรือส่งสินค้าของ อ.ตะพานหิน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตัวบ้านมีความเก่าแก่ และมีอายุมากถึง 66 ปี เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ใน อ.ตะพานหิน ลักษณะการออกแบบคล้ายๆกึ่งพิพิธภัณฑ์ กึ่งแกลลอรี่ โดยแต่ละจุดในบ้านมีของเก่าที่หาชมได้ยากมาจัดแสดง บางชิ้นหลายคนยังไม่เคยเห็นอีกด้วย และที่น่าสนใจมากที่สุดคือ มุมถ่ายภาพที่สวยในทุกมุมของบ้าน ขอบอกไว้ก่อนว่าเตรียมกล้องให้พร้อม ไม่อย่างนั้นจะเสียใจแน่นอน



     หลังจากได้เก็บภาพและชมบ้านเก่าเสาปั้นจั่นเสร็จแล้ว เดินไปพักร้อนได้ข้างกันมี "ร้านโกยีกาแฟในตำนาน" ที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2500 เรียกว่าเก่าแก่มาแต่รุ่นปู่กันเลยทีเดียว ใครอยากรู้รสชาติกาแฟโบราณของแท้เป็นอย่างไร ต้องแวะมาชิมให้ได้



     หลังจากแวะชิมกาแฟโบราณเรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่ายเราเดินทางกันต่อไปกราบสักการะหลวงพ่อโต ที่วัดโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นถิ่นประสูตรของพระเจ้าเสือ ตั้งอยู่ที่ ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง



     ซึ่งสมเด็จพระเจ้าเสือทรงระลึกถึงสถานที่ประสูติของพระองค์ ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้สมุหนายกเกณฑ์กันสร้างพระอารามแห่งนี้ขึ้น โดยมีการสร้างพระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ขึ้น ใช้เวลาในการสร้าง 2 ปี จึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้นทรงตั้งพระธรรมรูจีราชมุนีเป็นเจ้าอาวาส และได้พระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดโพธิ์ประทับช้าง"



     มองดูเผินๆ เหมือนจะเป็นสถานโบราณทั่วไป ที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมเหมือนวัดอื่นๆ ที่เคยไปกัน แต่กับวัดแห่งนี้ ยังคงมีพระจำพรรษาอยู่และชาวบ้านก็ให้ความสำคัญไม่ต่างกับวัดทั่วไป ยังมีการทำพิธีบวช สวดมนต์ รวมถึงการเวียนเทียนอยู่เป็นประจำ



     หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐานบนฐานชุกชี ตั้งอยู่ภายในพระอุโบสถซึ่งซึ่งเป็นอาคารประธานของวัด ตั้งอยู่กึ่งกลางของเขตพุทธาวาส หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ที่มีแม่น้ำน่านไหลผ่านลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน



     หลังจากอิ่มบุญกันเรียบร้อยแล้ว เดินทางต่อไปที่ "พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์" อ่าว!!! ถึงกับ งง กันเลยที่เดียว ชื่อนี้ทำไมคุ้นๆ อยู่พิจิตรดีๆ ไปเวียดนามเสียแล้ว



     พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ ไม่ได้อยู่เวียดแต่อย่างใด แต่ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร เปิดให้บริการ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 9.00 - 17.00น. (หยุดทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)



    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องประเทศไทยกับประธานโฮจิมินห์ ผู้กอบกู้เอกราชเวียดนาม



     ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การกอบกู้เอกราชของประธานโฮจิมินห์ อาทิ สายสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม จัดแสดงเน้อหาไล่เรียงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2376-2497 ประวัติความเป็นมาของบ้านดงในอดีต การเคลื่อนไหวของประธานโอจิมินห์



     หลังจากได้ความรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์แล้ว มองดูท้องฟ้าใกล้อาทิตย์อัสดงแล้ว ไปนั่งมองพระอาทิตย์ตกกันที่ "บึงสีไฟ" เหตุที่เรียกชื่อบึงสีไฟ เพราะว่า ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นพระอาทิตย์เป็นสีส้ม เหมือนลูกไฟ 



     หากสนใจมาตะลุยเที่ยวแบบนี้ แต่มีคำถามเกี่ยวกับการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหารขึ้นชื่อ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ใน จ.พิจิตร สอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 1045/2 ชั้น 1 – 2 หมู่ที่ 10 ถนนนครสวรรค์ – พิษณุโลก ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 60000 โทร. 0 5622 1811 – 2 



                                                  #ททท #TAT1672 #JS100