สสส.-ดย.-มูลนิธิสุขภาพไทย ชูต้นแบบ “บ้านเด็กอ่อนรังสิต” เป็นโมเดล “จิตอาสาพัฒนา สุขภาวะทางปัญญา” ใช้กระบวนการสุขภาวะทางปัญญาพัฒนางานจิตอาสา-บุคลากรในสถานรองรับเด็กอย่างเป็นระบบ ชี้ผลลัพธ์ พัฒนาการกาย-ใจ-อารมณ์เด็กดีขึ้น 80%

วันนี้, 15:43น.


      สสส.-ดย.-มูลนิธิสุขภาพไทย ชูต้นแบบ “บ้านเด็กอ่อนรังสิต” เป็นโมเดล “จิตอาสาพัฒนา สุขภาวะทางปัญญา” ใช้กระบวนการสุขภาวะทางปัญญาพัฒนางานจิตอาสา-บุคลากรในสถานรองรับเด็กอย่างเป็นระบบ ชี้ผลลัพธ์ พัฒนาการกาย-ใจ-อารมณ์เด็กดีขึ้น 80% อาสา-บุคลากรมีทักษะเชื่อมโยงสังคมเพิ่มขึ้น 90%

      เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย. 2569 ที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต จ.ปทุมธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิสุขภาพไทย จัดกิจกรรม “เปิดบ้านเด็กอ่อนรังสิต แหล่งเรียนรู้งานอาสา สุขภาวะ 4 มิติ” ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา และคุณภาพชีวิตเด็กในสถานสงเคราะห์



      นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในไทยมีเด็กจำนวนหนึ่งต้องพักอาศัยในสถานรองรับและสถานสงเคราะห์ภายใต้การดูแลของ ดย. ซึ่งเป็นภาครัฐ 31 แห่ง และเอกชน 700 แห่ง เด็กและเยาวชนที่พักอาศัยในสถานรับรอง มีสาเหตุมาจากครอบครัวที่ไม่พร้อมในการเลี้ยงดู เช่น ความยากจน ปัญหายาเสพติด แม้ ดย. จะพยายามรองรับเด็กอย่างเต็มที่ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรที่จะดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ดย. จึงร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนงานพัฒนางานจิตอาสาในสถานรองรับเด็กนำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต และสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช ได้ผลักดันแนวปฏิบัติ มาตรการ และกลไกเชิงนโยบายเพื่อรองรับงานจิตอาสา สร้างความร่วมมือทางวิชาการ เช่น ระบบข้อมูล ถอดบทเรียน ให้งานอาสาสมัครให้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็กด้วย ที่สำคัญ คือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและอาสาสมัครให้มีสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งจะส่งผลต่อการมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย


      “สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต ถือเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกที่สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนางานจิตอาสา ด้วยกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญาของ สสส. โดยสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต จะทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในการจัดระบบข้อมูล พัฒนากิจกรรมอาสา และยกระดับศักยภาพคนทำงาน เพื่อสร้างสุขภาวะครบทุกมิติให้แก่เด็ก อาสาสมัคร และบุคลากร พร้อมทั้งช่วยลดข้อจำกัดด้านกำลังคนในการดูแลเด็กของสถานสงเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนอีกด้วย” นางอภิญญา กล่าว



      นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัว ปี 2568 โดย สสส. และคิด for คิดส์ ชี้ให้เห็นว่า ไทยมีเด็ก 6.2 ล้านคน ต้องเติบโตในครัวเรือนที่มีหนี้สินสูงและเผชิญความเปราะบางรอบด้าน สอดคล้องกับรายงานสถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน ปี 2568 โดย พม. พบมีเด็กและเยาวชนที่เข้ารับบริการสถานรองรับเด็ก สาเหตุจากเด็กอยู่ในครอบครัวยากจน 37.57% ผู้ปกครองไม่มีอาชีพ 9.15% และผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูได้ 8.88% สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการเด็ก สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาให้กับจิตอาสาและบุคลากรในสถานรองรับเด็ก เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และเติบโตเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

      “จากการนำกระบวนการสุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Health) ไปใช้ในการพัฒนาจิตอาสา บุคลากร เด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต พบเด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายและอารมณ์เพิ่มขึ้น 80% อาสาและบุคลากรรู้สึกมีความเชื่อมโยงมนุษย์กับมนุษย์และสังคมเพิ่มขึ้น 90% ความสำเร็จที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้คนทำงานสามารถจัดการกับประเด็นทางสังคมที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญ คือการเปลี่ยนบทบาทของอาสาสมัครให้เป็น ‘หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์’ ในการยกระดับและดูแลสุขภาวะเด็กและเยาวชนร่วมกับบุคลากรของสถานรองรับอย่างเป็นระบบ” นางญาณี กล่าว



      นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ เลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า โครงการจิตอาสาพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาฯ มุ่งพัฒนาจิตอาสาและบุคลากรในสถานรองรับเด็ก ด้วยกระบวนการสุขภาวะทางปัญญา เริ่มตั้งแต่ทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่อย่างเป็นระบบก่อนเริ่มงาน เสริมศักยภาพคนทำงานและอาสา เติมความรู้ด้านพัฒนาการเด็กสมวัยและการดูแลเด็กทุกคนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม หัวใจสำคัญอยู่ที่การออกแบบงานอาสาให้จับคู่กับเด็กแบบตัวต่อตัว เพื่อสร้างสัมพันธ์และความไว้วางใจเหมือนคนในครอบครัว ร่วมทำกิจกรรมและสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นประตูสู่การพัฒนาทั้งกาย ใจ สังคม และสติปัญญา นอกจากนี้ กระบวนการพัฒนาจิตอาสา ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งที่ผ่านมาบุคลากรและอาสา เรียนรู้การรู้จักตนเอง พบความสุขจากการได้ทำงาน มีทักษะทำงานร่วมกับคนต่างวัยต่างความคิด เรียนรู้การสื่อสารด้วยความใส่ใจต่อกัน และช่วยกันพัฒนาเด็กอย่างมีเหตุผล



      น.ส.สุวินันท์ ตั้งสุวรรณวงศ์ อาสาสมัครในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต กล่าวว่า สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิตมีระบบการทำงานอาสาที่ชัดเจน โดยกระบวนการทำงานอาสาจะคำนึงถึงความปลอดภัย พัฒนาการ และความรู้สึกของเด็กเป็นหลัก ซึ่งอาสาสมัครจะปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยปฏิบัติตามกฎและแนวทางของสถานสงเคราะห์ ่วมกับเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาทั้งก่อนเริ่มงานอาสาจะมีการปฐมนิเทศแนะนำวิธีการปฏิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญ คือ การส่งเสริมให้อาสาได้ดูแลเด็กแบบตัวต่อตัวและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เพราะเด็กจะมีความคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย อาสาสมัครสามารถสังเกตเห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของเด็กได้ชัดเจน ทั้งนี้ ตนมองว่าอาสาสมัครไม่ควรเข้ามาทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ แต่ควรเป็นกำลังเสริมให้กับทีม เพราะเจ้าหน้าที่เป็นคนที่รู้ระบบและดูแลเด็กในภาพรวม ส่วนอาสาสมัครสามารถเข้ามาช่วยเติมในเรื่องของเวลาและกิจกรรมที่เป็นรายบุคคลมากขึ้น













 

X