21 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่าง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายษฐา ขาวขํา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านทางหลวง) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และ เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 9 อาคาร 1 รฟม.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มุ่งมั่นพัฒนาระบบคมนาคมให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมอบนโยบายส่งเสริมให้หน่วยงานในสังกัด พิจารณาออกแบบการใช้สอยพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า สามารถนำกลับมาพัฒนาระบบคมนาคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้ผลักดันการดำเนินงานดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมเมื่อวันที่10 มิถุนายน 2569 พิจารณาในหลักการให้ รฟม. ดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 56 แห่ง ซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารอเนกประสงค์และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ รฟม. และ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สามารถเดินหน้า “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” จนนำมาสู่การลงนามสัญญาฯ ในวันนี้ อันสะท้อนถึงเจตนารมณ์ความมุ่งมั่นตั้งใจ และเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นของโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของ รฟม. ที่ให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผนวกรวมกับความเชี่ยวชาญของ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและต่อสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในระดับประเทศด้วย ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้ รฟม. เร่งเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้ได้ตามแผน เพื่อให้มีความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการศูนย์บริการทางการแพทย์แห่งใหม่ ตลอดจนพัฒนาบริการโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะ “การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก” เพราะการตรวจพบโรคได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและครอบครัว อย่างไรก็ดี การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดสำคัญในด้านการเข้าถึงบริการ เนื่องจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติบนถนนพระราม 6 มีพื้นที่ให้บริการและพื้นที่จอดรถค่อนข้างจำกัด กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายกระจายและขยายบริการออกสู่ภายนอก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งขึ้น ซึ่งการที่ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จาก รฟม. ให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. เพื่อปรับปรุงเป็นคลินิกตรวจค้นหาและคัดกรองความเสี่ยงด้านโรคมะเร็ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องเอกซเรย์ เต้านมระบบดิจิทัลพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan รวมถึงบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงบริการตรวจ คัดกรองโรคมะเร็ง โดยสามารถรองรับผู้รับบริการได้มากถึง 60,000 รายต่อปี ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ในการนำศักยภาพและทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้เป็น “NCI Wellness & Cancer Prevention Center @MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9” ซึ่งเป็นศูนย์บริการสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่เน้นการป้องกันโรค การค้นหาความเสี่ยง การตรวจคัดกรอง และการสร้างเสริมสุขภาพ ควบคู่กับการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) และการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากระบบบริการสุขภาพที่ประชาชนต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อเกิดความเจ็บป่วย มาเป็นการนำบริการสุขภาพ “ไปอยู่ใกล้ประชาชน ในพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางผ่านและใช้ชีวิตอยู่แล้ว” สำหรับบริการสำคัญที่จะพัฒนา ได้แก่ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การคัดกรองมะเร็งตามความเสี่ยง การส่งเสริมการป้องกันโรค การให้ความรู้เรื่องวัคซีนและปัจจัยเสี่ยง ตลอดจนการส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบบริการของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแลโรคมะเร็ง จากการรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงมารักษา ไปสู่การป้องกันและค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การนำบริการสุขภาพมาอยู่ในพื้นที่ MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9 จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ รฟม. ครั้งนี้จึงเป็นการทดลองสร้าง ต้นแบบของ ‘สถานีสุขภาพ’ (Health Station) ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมกับระบบสุขภาพ และนำองค์ความรู้ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติไปสู่ประชาชนโดยตรง ซึ่งจะมุ่งเน้นประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะประชาชนวัยทำงานและคนเมืองที่มีข้อจำกัดด้านเวลา สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวก พร้อมส่งเสริมแนวคิด “รู้ความเสี่ยง รู้เร็ว ป้องกันได้” การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในการขับเคลื่อนงานด้าน Cancer Prevention, Early Detection และ Health Promotion รวมถึงการพัฒนาระบบบริการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centered Care)
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า นอกจากภารกิจในการกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าและการให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า MRT ให้ “สะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา ราคาสมเหตุผล เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมแล้ว รฟม. ยังเดินหน้าภารกิจในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานีและตามแนวสายทางรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรถไฟฟ้าและสร้างโอกาสการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องในการแสวงหารายได้ใหม่ๆ เพื่อช่วยลดภาระเงินสนับสนุนจากภาครัฐ และในระยะยาว รฟม. จะสามารถเป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถพึ่งพาตนเอง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่สาธารณะ
จากภารกิจดังกล่าวจึงนำไปสู่ความร่วมมือกันระหว่าง รฟม. และ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการให้บริการด้านสาธารณสุข ที่ประชาชนจะสามารถเดินทางเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้โดยสะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ทั้งสองหน่วยงานจึงได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” และ รฟม. ได้ผลักดันเรื่องนี้ตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงคมนาคม จนสามารถบรรลุข้อตกลง โดย รฟม. อนุญาตให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติเช่าพื้นที่อาคารอเนกประสงค์ขนาดพื้นที่ 1,357.78 ตารางเมตร และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ขนาด 682 ตารางเมตร สำหรับใช้เป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในการตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจคัดกรองและดูแลสุขภาพประชาชนเชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง ทั้งนี้ รฟม. เชื่อว่าในอนาคตโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มได้อย่างมีนัยสำคัญ