วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา พร้อมเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า M6 เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเปิดประตูการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตลอดเส้นทางบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเป็นทางเลือกใหม่ควบคู่กับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง แบ่งเบาปริมาณการจราจร และลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
โดยถนนเส้นนี้มีประโยชน์เรื่องการเดินทางที่เร็วขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ กับภาคอีสานใกล้กันมากขึ้น เชื่อมผู้คน เชื่อมการค้า และเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงปากช่อง–ลำตะคองที่มีภูมิประเทศและทัศนียภาพสวยงาม การเดินทางในวันหยุดจะสะดวกขึ้น ประชาชนสามารถออกจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง 
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเพิ่มเติมครั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้หลักสำคัญ คือ “ประชาชนต้องได้รับทั้งความสะดวกและความปลอดภัย” พร้อมกันนี้ ได้กำชับเป็นพิเศษในช่วงที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณลำตะคอง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนสนใจเดินทางมาใช้เส้นทางและชมทัศนียภาพจำนวนมาก ต้องดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างมีวินัย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดขึ้นควบคู่กับความปลอดภัย
ด้าน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญสูงสุดในช่วงทดลองให้บริการ คือความปลอดภัย เนื่องจาก M6 เป็นเส้นทางที่มีมาตรฐานสูง ถนนกว้าง ราบเรียบ และมีช่วงทางตรงยาว ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงโดยไม่รู้ตัว จึงกำหนดให้ช่วงทดลองเปิดบริการ อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก ไม่ใช้ไหล่ทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พรัอมได้เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายกับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตราย พร้อมให้ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่เพิ่มการเฝ้าระวังตลอดเส้นทาง
ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน รองรับการเปิดทดลองช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา เพื่อบริหารจัดการจราจรและรับมือเหตุฉุกเฉิน 
