โครงการ AI Practice Day คือหนึ่งในภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นนั้น มันคือการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง เจาะลึก และเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อช่วยให้พนักงานเปลี่ยนผ่านจากแค่ "ความตระหนักรู้" (Awareness) ไปสู่ "ความสามารถในการทำได้จริง" (Capability) สิ่งที่เราเน้นย้ำไม่ใช่ใบเกียรติบัตร แต่คือเครื่องมือที่ใช้ได้จริง ความมั่นใจในการใช้งาน รวมถึงความสามารถในบริหารจัดการ พัฒนางานของตัวเองให้มีประสิทธิภาพโดยมี AI เป็นผู้ช่วย
เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างวิศวกร AI แต่คือการสร้างบุคลากรที่ไม่กลัวอนาคต และมองเห็น AI เป็นเครื่องผ่อนแรง เพิ่มขีดความสามารถในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอัตราเร่ง ไม่ใช่มหันตภัยที่คุกคามชีวิตการทำงาน การปรับเปลี่ยนกระบวนคิด (Mindset shift) คือสิ่งเดียวกับที่เยาวชนเหล่านี้แสดงให้เห็น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ใช้ศัพท์แสงทางเทคโนโลยีที่หรูหราก็ตาม
4 ฉากทัศน์ จุดตัดเศรษฐกิจบนโลก AI
สิ่งที่ได้จากบทสนทนากับพวกเขา ทำให้ผมนึกถึงรายงานชิ้นหนึ่งของ World Economic Forum ที่ตีพิมพ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในหัวข้อ Four Futures for the New Economy: Geoeconomics and Technology in 2030 ที่ศึกษา วิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างเศรษฐกิจของโลก โดยสามารถแบ่งลักษณการณ์เศรษฐกิจได้เป็น 4 ฉากทัศน์ ภายใต้แรงขับเคลื่อนหลักที่กำลังฉุดรั้งและผลักดันทุกระบบเศรษฐกิจในขณะนี้ นั่นคือ เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical stability) และความเร็วในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี (Technology adoption)
ฉากทัศน์แรกคือ Digitalized Order โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นกลับมาสู่การเติบโต ขยายขอบเขตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ทว่า ฉากทัศน์นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกกลับมามีเสถียรภาพ และการใช้ประโยชน์จาก AI เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทั่วถึง แม้ฉากทัศน์ที่ให้มุมมองที่สดใสขึ้น ปัญหาผ่อนคลายลง พร้อมก้าวสู่ทิศทางบวก ทว่า การใช้ประโยชน์จาก AI จะต้องเกิดขึ้นแบบทั่วถึงและเท่าเทียม มิเช่นนั้น ความเหลื่อมล้ำจากการใช้ AI จะนำมาสู่ความท้าทายใหม่ๆ ตามมาอย่างปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (Wage polarization) และปัญหาความไม่สงบทางการเมือง