ทำบุญไม่แถมโรค! สสส. นำร่อง “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ผนึกกำลัง วัด-ชุมชน-ร้านค้า-ญาติศิลปินผู้ล่วงลับ ชู ถนนไกรสีห์ต้นแบบตักบาตร “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” หนุนสุขภาพพระสงฆ์ไทย หลังพบ พระสงฆ์เสี่ยง NCDs 78% ไขมันสูง 55% อ้วน 44% หวังขยายผลสู่มาตรฐานใหม่ของสังคม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ถนนไกรสีห์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเขตพระนคร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดชนะสงคราม วัดสังเวชวิศยารามวรมหาวิหาร ชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ และครอบครัวศิลปินผู้ล่วงลับ ลงพื้นที่นำร่อง “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ภายใต้โครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ เพื่อสร้างการรับรู้จากภาพยนตร์โฆษณา สู่การลงมือปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ โดยการตักบาตรตามวิถีใหม่ด้วยการถวายอาหาร “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” พร้อมดำเนินการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์และป้ายสัญลักษณ์บริเวณถนนไกรสีห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ไทยอย่างยั่งยืน


นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุสามเณร ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2565-2568 โดยกระทรวงสาธารณสุข พบ พระสงฆ์ไทย 78% เผชิญความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยมีไขมันในเลือดสูง 55% มีภาวะอ้วนสะสม 44% กลุ่มเสี่ยงเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 7.92% ในปี 2565 เป็น 18.60% ในปี 2568 สาเหตุหนึ่งมาจากการฉันอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ รสหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนรุนแรงและมรณภาพได้ การแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้ด้านโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ญาติโยม และร้านค้าที่จัดเตรียมอาหารสำหรับตักบาตร เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งจะช่วยให้สุขภาพของพระสงฆ์ไทยดีขึ้น
“จากการนำร่องในพื้นที่ถนนไกรสีห์ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ร้านค้าเพิ่มทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และได้รับความร่วมมือจากพระสงฆ์ที่เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ โดยหลังจากนี้จะขยายผลโมเดลถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ ไปยังวัด ชุมชน และตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงให้เป็นมาตรฐานใหม่ของสังคม พร้อมผลักดันตราสัญลักษณ์เมนูนี้ใส่ใจสุขภาพพระ เพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับการตักบาตร เพื่อร่วมกันสร้างสุขภาวะที่ดีให้พระสงฆ์ไทย สามารถปฏิบัติศาสนกิจและเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาได้ในระยะยาว” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว


นางพุทธธิดา ศิระฉายา ลูกสาวศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ครอบครัวได้มีส่วนร่วมกับโครงการตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ การถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อในการส่งเสริมพุทธศาสนา ซึ่งตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา ทีมงานมีความใส่ใจและให้เกียรติคุณพ่อและครอบครัวเป็นอย่างดี มีการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของครอบครัว เพื่อให้ภาพยนตร์โฆษณาถ่ายทอดความเป็นคุณพ่อได้มากที่สุด ซึ่งวันนี้ดีใจที่เห็นแนวคิดนี้ต่อยอดสู่การลงมือทำจริง และหวังว่าโครงการนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมทำบุญด้วยการเลือกอาหารถวายพระที่ดีต่อสุขภาพ และทางครอบครัวยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้โครงการนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทยต่อไป


นางดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยานักแสดงผู้ล่วงลับ สรพงศ์ ชาตรี กล่าวว่า ภาพยนตร์โฆษณาตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศาสนาพุทธของคุณสรพงศ์ ครอบครัวจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ครั้งนี้ และรู้สึกดีใจที่วันนี้เกิดพื้นที่นำร่องถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ เพราะการมีถนนต้นแบบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยรักษาสุขภาพพระสงฆ์ให้ยั่งยืนได้ และครอบครัวยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ไทยผ่านการตักบาตรด้วยอาหารที่ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม

นางนฤมล ยมนาค ผู้ประกอบการร้านแม่ตุ้ยถนนไกรสีห์ กล่าวว่า ร้านแม่ตุ้ยมีบริการอาหารสำหรับการตักบาตรอยู่แล้วแต่ไม่ใช่อาหารสุขภาพทั้งหมด กระทั่ง สสส. ได้เข้ามาให้คำแนะนำถึงวิธีคิด และผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นกับสุขภาพพระ ทำให้เข้าใจว่าร้านค้าไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ยังมอบสุขภาพที่ดีให้พระสงฆ์ผ่านอาหารได้เช่นกัน ด้วยการปรับอาหารให้ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มสัดส่วนของผักให้มากขึ้น หลังจากทดลองปรับการปรุงอาหาร และเพิ่มอาหารสุขภาพเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อไปถวายพระก็ได้รับผลตอบรับอย่างดี พุทธศาสนิกชนให้ความสนใจเข้ามาสอบถามและยินดีเลือกซื้อเมนูสุขภาพไปใส่บาตร ทางร้านจึงตั้งใจจะขายอาหารสุขภาพเพื่อใส่บาตรต่อไป เพราะถือว่าได้ร่วมทำบุญใหญ่ด้วยการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ให้แข็งแรง









.jpg)






