“พิพัฒน์” ตรวจเยี่ยม รฟม. มอบนโยบายเร่งขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้า มุ่งลดภาระค่าเดินทางและสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้ประชาชน

วันนี้, 16:59น.


   วันนี้ (6 พฤษภาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายสำคัญแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยเน้นย้ำภารกิจเร่งด่วนในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมุ่งลดภาระค่าเดินทาง ควบคู่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล โดยมี นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รฟม. ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปภารกิจสำคัญและผลการดำเนินงานของ รฟม. ในปีงบประมาณ 2569 ตลอดจนแผนงานโครงการสำคัญที่จะดำเนินการในอนาคต ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 9 อาคาร 1 รฟม. ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร



     นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมเชื่อมโยงระบบขนส่งทุกระบบของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของประชาชนทุกระดับ กระทรวงคมนาคมจึงขอเน้นย้ำให้ รฟม. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงในหัวเมืองภูมิภาค ให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในมิติต่างๆ ดังนี้ 


    1. การยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ รฟม. กำกับดูแลการให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานครด้วยความเอาใส่ใจที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน มุ่งรักษามาตรฐานบริการที่มีความปลอดภัย ตรงต่อเวลา พร้อมทั้งเร่งขยายผลการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท ตลอดวัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสาร (Zone-based fare) เพื่อปรับวิธีการคิดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่เป็นธรรมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างยั่งยืน รวมถึงให้ รฟม. เร่งเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายต่างๆ เพื่อดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) พร้อมทั้งสนับสนุนการผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวัน



   2. การเร่งรัดโครงการก่อสร้างและเปิดให้บริการ โดยให้ รฟม. เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) พร้อมทั้งเน้นย้ำ รฟม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในระหว่างการก่อสร้างและการให้บริการ โดยจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยเข้มงวดกวดขันผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่น การตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างให้มีความพร้อมต่อการใช้งาน การจัดให้มีไฟฟ้าส่องสว่าง ป้ายแจ้งเตือน และการจัดการจราจรที่ปลอดภัย เป็นต้น ตลอดจนมีระบบการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้แก่ประชาชน 



   3. การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนในอนาคต ให้ รฟม. ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พัฒนาระบบ Feeder เชื่อมต่อ ล้อ-ราง-เรือ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้แบบไร้รอยต่อ พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาคตามแผนงานที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ดี ขอให้ รฟม. พิจารณาความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความคุ้มค่า ประโยชน์ที่เกิดต่อประชาชน รวมทั้งการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองต่างๆ ตามแนวเส้นทางอย่างรอบด้าน 



   นอกจากนี้ ให้ รฟม. ศึกษาแนวทางการบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้ รฟม. สามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้มากขึ้นในระยะยาว รวมถึงพิจารณานำเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถและการให้บริการประชาชน


   “หัวใจสำคัญของนโยบายในครั้งนี้คือ การสร้างระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีราคาที่เป็นธรรมต่อประชาชน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ รฟม. จะสามารถขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสากล อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย



    นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. พร้อมนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมมาวางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานขององค์กร เพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยในส่วนของการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) รฟม. ได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการดำเนินงานตามนโยบายฯ 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร (Ridership Forecast) การประเมินด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า และที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายและแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เพื่อนำมาประกอบการทบทวนผลการศึกษาต่อไป ทั้งนี้ รฟม. จะมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการให้บริการ และกำกับดูแลการก่อสร้างทุกโครงการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ตลอดจนเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างยั่งยืน







   สามารถติดตามข่าวสาร รฟม. ได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 “รฟม. องค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน”
X