คมนาคมพร้อม! ดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นปลอดภัย เดินทางสะดวก ลดปัญหาการจราจรติดขัด

วันนี้, 09:59น.


“พิพัฒน์” ตรวจความพร้อมศูนย์บริหารจัดการจราจรทางหลวงช่วงสงกรานต์ 2569 เน้นปลอดภัย เดินทางสะดวก ลดปัญหาการจราจรติดขัด

   
    เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารจัดการจราจร (Highway Traffic Operations Center : HTOC) กรมทางหลวง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม  นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้ตรวจราชการคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารกรมทางหลวง ให้การต้อนรับ  นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีปริมาณการเดินทางสูงที่สุดของปี โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงบริหารจัดการจราจรยกระดับการทำงานเชิงรุก มองปัญหาล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยง และดูแลประชาชนให้ครอบคลุมตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัย มีความพร้อมสอดคล้องกับแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมุ่งให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงจำนวนผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคมไม่น้อยกว่าร้อยละ 5   




      ศูนย์บริหารจัดการจราจร (HTOC) จึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลโครงข่ายทางหลวงของประเทศ พร้อมบริหารจัดการจราจรโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อติดตามวิเคราะห์สภาพการจราจรกำหนดมาตรการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาการจราจรสะสมได้อย่างทันท่วงที     


      นายพิพัฒน์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลให้ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ       





      ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ได้กล่าวรายงานถึงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 - 19 เมษายน 2569 (รวม 10 วัน) โดยกรมทางหลวงได้บูรณาการมาตรการบริหารจัดการใน 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ด้านการเตรียมความพร้อม: บำรุงรักษาผิวทาง ซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่าง สัญญาณไฟจราจร ป้ายเตือนต่าง ๆ รวมถึงตัดแต่งกิ่งไม้และทำความสะอาดป้ายจราจรให้เด่นชัด พร้อมใช้งาน มิติที่ 2 ด้านการอำนวยความปลอดภัย: วิเคราะห์ข้อมูลสถิติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แก้ไขจุดเสี่ยง ปิดจุดกลับรถและทางร่วมทางแยกที่อันตราย พร้อมบูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวงในการกวดขันวินัยจราจร มิติที่ 3 ด้านการอำนวยความสะดวก: จัดตั้งจุดให้บริการทั่วไทย 127 แห่ง, จุดพักรถ 174 แห่ง, หน่วยเคลื่อนที่เร็ว 570 หน่วย และจุดบริการห้องน้ำ 662 แห่ง พร้อมคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงได้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง 7 วัน (10-16เม.ย. 69) บนมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง ได้แก่ M7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด), M9 (บางปะอิน-บางพลี และ พระประแดง-บางขุนเทียน) และ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) และเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ 2 สายทาง ได้แก่ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และ M82 (บางขุนเทียน-เอกชัย) มิติที่ 4 ด้านการรายงานเหตุ: จัดตั้งระบบรายงานเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน และอุบัติภัย ให้ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแบบเรียลไทม์ เพื่อสั่งการและเข้าช่วยเหลือได้ทันที 
 





      ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 9,764,041 คัน โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางออกตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 เม.ย. 69  ส่วนขากลับคาดว่าจะเริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที 14 เม.ย. 69 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ทางวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน  เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง  
   

      นอกจากนี้กรมทางหลวงได้รณรงค์ให้ประชาชนขับขี่อย่างปลอดภัยควบคู่กับการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ

  
      ในส่วนของกองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ได้รายงานถึงการเตรียมความพร้อม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยจะทำการเปิดช่องทางพิเศษและ  ปิดทางแยก แบ่งเป็นขาออกจากกรุงเทพ จำนวน 9 เส้นทาง (9 - 13 เม.ย. 69) และขาเข้ากรุงเทพ จำนวน10 เส้นทาง (14- 19 เม.ย. 69) พร้อมจัดเตรียมโดรนในการสำรวจสภาพการจราจรและอุบัติเหตุบนทางหลวง ในส่วนของการกวดขันวินัยจราจรได้มีกล้องตรวจจับความเร็ว กล้องตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  

      หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่ววนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193



X