เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารจัดการจราจร (Highway Traffic Operations Center : HTOC) กรมทางหลวง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้ตรวจราชการคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารกรมทางหลวง ให้การต้อนรับ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีปริมาณการเดินทางสูงที่สุดของปี โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงบริหารจัดการจราจรยกระดับการทำงานเชิงรุก มองปัญหาล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยง และดูแลประชาชนให้ครอบคลุมตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัย มีความพร้อมสอดคล้องกับแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมุ่งให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงจำนวนผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคมไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 


.jpg)

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 9,764,041 คัน โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางออกตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 เม.ย. 69 ส่วนขากลับคาดว่าจะเริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที 14 เม.ย. 69 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ทางวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง
ในส่วนของกองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ได้รายงานถึงการเตรียมความพร้อม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยจะทำการเปิดช่องทางพิเศษและ ปิดทางแยก แบ่งเป็นขาออกจากกรุงเทพ จำนวน 9 เส้นทาง (9 - 13 เม.ย. 69) และขาเข้ากรุงเทพ จำนวน10 เส้นทาง (14- 19 เม.ย. 69) พร้อมจัดเตรียมโดรนในการสำรวจสภาพการจราจรและอุบัติเหตุบนทางหลวง ในส่วนของการกวดขันวินัยจราจรได้มีกล้องตรวจจับความเร็ว กล้องตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่ววนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193
