!-- AdAsia Headcode -->

อุ่นใจทุกการเดินทาง ผ่าน JS100 Application เพื่อการเดินทางและชีวิตที่ปลอดภัย

01 สิงหาคม 2558, 16:32น.

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Undefined offset: 46

Filename: post_share/detail.php

Line Number: 277

ประชาสัมพันธ์

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Undefined offset: 58

Filename: post_share/detail.php

Line Number: 277


สวัสดีค่ะ อาทิตย์ที่มีวันหยุดยาวแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่า ความรุู้สึกจะกระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษ ก็แหม...วันหยุดยาวมีโอกาส ได้กลับต่างจังหวัดไปหาครอบครัว ไปหาคนที่เรารัก แต่จะเดินทางกลับต่างจังหวัดทั้งทีจะให้เดินทางแบบปลอดภัย ลองโหลด JS100 Application มาใช้กันดูสิคะ ว่าแต่แอพพลิเคชั่นนี้มีดีอย่างไร โหลดแล้วจะปลอดภัยและอุ่นใจมากแค่ไหน ไปดูกันค่ะ





ก่อนอื่นต้องเข้าไปดาวน์โหลดแอพฯ ผ่าน Play Store หรือ Apple Store โดยค้นหาว่า Js100 กันก่อนเลยจ้า หลังจากนั้นติดตั้งแล้วเราจะได้ไอคอนหน้าตาแบบนี้



 



เข้าไปดูในแอพพลิเคชั่นกันดีกว่าค่ะ ว่าหน้าตาภายในแอพฯจะเป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อกดไปที่ไอคอน จะเจอหน้า Splash ต้อนรับแบบนี้ค่ะ รอสักครู่นึงนะคะก็จะเข้าสู่หน้า Log In ค่ะ



 



หน้า Log In สำคัญมากนะคะ เพราะเมื่อเวลาเข้าใช้งานในส่วนของฟังก์ชั่น SOS จะทำให้เจ้าหน้าที่สะดวกต่อการรู้ถึงข้อมูลการช่วยเหลือได้ง่ายขึ้นค่ะ ดังนั้น เมื่อเข้าหน้านี้แล้วควรกด Log In With Facebook ไว้ในเบื้องต้นก่อนเลยค่ะ



 



หน้าเมนูหลักจะมีทั้งหมด 8 ฟังก์ชั่นหลักด้วยกันค่ะ ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับแต่ละฟังก์ชั่น ผู้ใช้งานอย่าลืมกดที่ปุ่มบนขวามือ(หมายเลข1 หรือตัว i) เพื่อลงทะเบียนกันก่อนนะคะ เพราะเมื่อผู้ใช้งานจำเป็นต้องใช้ฟังก์ชั่น SOS เจ้าหน้าที่จะได้ทราบข้อมูล เบื้องต้น ซึ่งจะสะดวกมากต่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีค่ะ ต่อไปเราไปดูกันทีละฟังก์ชั่นเลยดีกว่าค่ะ



 



ฟังก์ชั่นแรก ฟังก์ชั่น RADIO ก็คือ ฟังวิทยุจส.100 แบบออนไลน์นั่นเองค่ะ กดตรงลูกศรข้างๆ คำว่า RADIO ก็สามารถฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ฟังได้ทั่วไทยทั่วโลก กันเลยล่ะค่ะ





ฟังก์ชั่นที่สอง ฟังก์ชั่น SOS เรียกว่าเป็นไฮไลท์เลยล่ะค่ะ เพราะในฟังก์ชั่นนี้เป็นฟังก์ชั่นการช่วยเหลือที่สามารถเข้าถึงตำแหน่งของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำค่ะ ภาพด้านล่างนี้ คือ หน้าตาไอคอนค่ะ



 



หลังจากกดเข้า SOS จะเจอหน้าตาแบบนี้  หากกดปุ่มยืนยันขอความช่วยเหลือ ผู้ใช้งานจะได้รหัส 4 ตัว ซึ่งย้ำว่า ผู้ใช้งานจะต้องจำรหัส 4 ตัวนี้ไว้ให้ดีนะคะ รหัส 4 ตัวนี้ ผู้ใช้งานจะต้องบอกกับเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่รับสายนั่นเองค่ะ



 



หลังจากได้รหัส 4 ตัวมาแล้ว ทีนี้ก็จะมีข้อจำกัดการใช้งานระหว่างแอนดรอยด์ กับ IOS อยู่นิดหน่อยค่ะ ใน่สวนแรกเราไปดูของแอนดรอยด์กันก่อน แอนดรอยด์จะสะดวก และง่ายมากๆค่ะ เพราะหลังจากได้รหัส 4 ตัว ผู้ใช้งานก็กดปุ่ม ยืนยันและโทรออก ซึ่งในครั้งแรกก็จะมีหน้าตาแบบด้านล่างขึ้นมาค่ะ ในกรณีนี้ให้ผู้ใช้กดเลือกเป็น ALWAYS เพียงเท่านี้ครั้งต่อไป ทางแอพพลิเคชั่นก็จะจำ แล้วก้สามารถโทรออกทันทีหลังกดยืนยันโทรออกค่ะ



 



ส่วนของแอนดรอยด์ไปแล้ว เรามาดูในส่วนของ IOS กันบ้าง อาจจะไม่สะดวกเท่าแอนดรอยด์ แต่ก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดนะคะ หลังจากที่ผู้ใช้งานได้รับรหัส 4 ตัวกันไปแล้ว ที่หน้าจอจะขึ้นปุ่ม ตกลง ซึ่งปุ่มตกลง หมายถึงการยืนยันการโทรค่ะ แต่ใน IOS ไม่สามารถที่จะโทรออกได้ ดังนั้น เมื่อกดปุ่มตกลง ระบบจะคัดลอกเบอร์โทรออกIOS เอาไว้เสร็จ ให้ผู้ใช้งานกดออกไปที่หน้าจอหลัก เพื่อนำไปวางแล้วกดโทรค่ะ (วิธีการกดวาง เพียงกดค้างไว้ตรงลูกศรสีแดง (หมายเลข1) จะขึ้นคำว่าวาง แล้วกดไปที่คำว่าวาง เท่านี้ หมายเลข IOS ก็จะพร้อมโทรออกแล้วค่ะ) หากกดโทรออกเสร็จแล้ว จะกลับไปที่หน้าจอ สามารถคลิกตรงขอบสีฟ้าๆด้านบน(หมายเลข 2)เพื่อกลับไปยังแอพพลิเคชั่นได้ทันทีค่ะ ในส่วนนี้สามารถดูเลขรหัส 4 ตัวได้อีกครั้งด้วยนะคะ หรือถ้าหากไม่ได้ใช้งานในการโทรออกสามารถกดปุ่มย้อนกลับไปที่หน้าเมนูหลักได้ตรงคำว่าJS100 มุมบนด้านซ้ายค่ะ (หมายเลข 3)



 



 ฟังก์ชั่นที่ 3 คือฟังก์ชั่น INCIDENT ในส่วนของฟังก์ชั่นนี้ คือการเช็คข้อมูลเหตุการณ์ ที่ส่งผลกระทบต่อจราจร แบบเรียลไทม์     ดังนั้นจึงเป็นฟังก์ชั่นที่ควรจะตรวจเช็คก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยในหน้าเมนูหลักจะมีการแจ้งเตือนตามจำนวนข่าวที่สำคัญๆที่ผู้ใช้งานยังไม่ได้อ่าน ดังภาพตัวอย่างจะมี 4 ข่าวแจ้งเตือนที่สำคัญ หลังจากกดเข้าไปในฟังก์ชั่น จะพบสองส่วน ส่วนแรกคือ HIGHLIGHT ในส่วนนี้คือข้อมูลที่เป็นตัวแสดงตัวเลขในหน้าเมนูหลัก หลังจากที่ผู้ใช้เปิดอ่าน ตัวเลขที่หน้าเมนูหลักจะหายไป ส่วนที่สอง คือ      ส่วนของ INCIDENT ส่วนนี้จะเป็นรวมเหตุการณ์ที่เกิดบนท้องถนน และมีผลต่อจราจร ซึ่งผู้ใช้งานสามารถกดเลือกดูได้ที่มุมข้างบนขวา (หมายเลข 1) โดยสามารถเรียงลำดับข้อมูลทั้งแบบใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด หรือเป็นข้อมูลล่าสุดก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดูข้อมูลเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับรถ เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับถนน/บ้านเรือน เหตุการณ์ประชาสัมพันธ์ หรือเหตุการณ์อื่นๆได้อีกด้วย



 



 ฟังก์ชั่นที่สี่ คือ ฟังก์ชั่น MAP ในฟังก์ชั่นนี้จะเป็นฟังก์ชั่นที่แสดงแผนที่ประเทศไทย แบบละเอียดและแม่นยำ ทั้งยังแสดงเส้นจราจรแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนจุดเสี่ยงภัยทั่วประเทศด้วยนะคะ  ถ้าสมมุติผู้ใช้งานใช้รถใช้ถนนผ่านที่ต่างๆที่มีจุดเสี่ยงจะมีเสียงแจ้งเตือนล่วงหน้า 1 กิโลเมตร เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้งานค่ะ  โดยเมื่อเรากดเข้าไปในปุ่ม MAP เราจะพบกับแผนที่ที่มีเส้นจราจรแสดง 3 สี โดยเส้นสีจราจรจะแสดงถึงความหนาแน่นของรถ โดยสีเขียว หมายถึง จราจรปลอดโปร่ง ใช้ถนนได้อย่างสบายใจ สีส้ม หมายถึง รถค่อนข้างจะเยอะ แต่ก็ยังพอไปได้ สีแดง หมายถึง รถหนาแน่นมาก ทางที่ดีหลีกเลี่ยงเส้นทางนะคะ นอกจากส่วนแสดงเส้นจราจร ผู้ใช้งานยังสามารถยังสามารถเลือกแสดงศูนย์สาขาของบริษัทต่างๆที่ร่วมมือกับทางแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย(หมายเลข1) เช่น วิริยะประกันภัย, ND RUBBER เป็นต้น  นอกจากนี้ในมุมขวาบน ผู้ใช้งานสามารถเลือกแสดงรายละเอียดแผนที่ได้ตามใจชอบอีกด้วยล่ะค่ะ



 



ฟังก์ชั่นที่ห้า คือ ฟังก์ชั่น PNC NEWS ในส่วนฟังก์ชั่นนี้ คือ การแสดงข่าวสารประจำวันทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยศูนย์ข้อมูลแปซิฟิค นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูล ราคาน้ำมัน ราคาทอง หุ้น พยากรณ์อากาศ เรดาร์ตรวจอาการและตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล อีกด้วย โดยเมื่อกดปุ่มเข้าไปจะพบหน้าข่าวสารเป็นหน้าแรก และผู้ใช้งานสามารถเลือกแสดงข้อมูลอื่นๆดังที่กล่าวไป โดยเลื่อนจากด้านบน เพื่อแสดงข้อมูลเฉพาะนั้นๆได้ค่ะ





ฟังก์ชั่นที่หก คือ ฟังก์ชั่นTWITTER ในส่วนนี้เป็นการเอื้ออำนวยความสะดวกต่อผู้ไม่มีบัญชีของ TWITTER แต่ต้องการตรวจสอบข้อมูลจราจร หรือเหตุการณ์บนท้องถนนจากพลังโซเชียล ซึ่งจะได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผ่าน @js100radio ซึ่งเป็นบัญชีอันดับ1 ในด้านการรายงานข่าวสาร โดยผู้ใช้งานสามารถกดปุ่ม TWITTER เข้าไปแล้วสามารถเลื่อนดูได้ตามปกติเลยค่ะ                   



 



 ฟังก์ชั่นที่เจ็ด คือ ฟังก์ชั่น LOST&FOUND ฟังก์ชั่นนี้เป็นฟังก์ชั่นสำหรับการค้นหาของหาย และแจ้งข่าวสารเมื่อเก็บของได้     ด้วยตนเอง โดยเมื่อกดปุ่มเข้าไปจะพบ 3 หัวข้อย่อยดังภาพค่ะ



 



 หลังจากที่เรากดเข้ามาจะพบ 3 หัวข้อย่อย จะพบรายละเอียดในแต่ละหัวข้อย่อยดังนี้ ในส่วนของปุ่มตรวจสอบของหาย หลังจากกดเข้าไปจะพบเป็นหน้าจอที่เราสามารถตรวจสอบของหายได้ด้วยตัวเราเองค่ะ



                                            



ในส่วนหัวข้อย่อย แจ้งของหาย-เก็บของได้  เมื่อกดเข้าไปจะขึ้นปุ่มให้กดโทรออก เพื่อติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ในส่วนของประสานของหาย และเก็บของได้โดยตรงค่ะ



 



ในส่วนหัวข้อย่อยสุดท้าย อายัดบัตรธนาคารกสิกรไทย เมื่อกดเข้าไปจะขึ้นปุ่มกดโทรออก เพื่อติด่อประสานกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย ด้านอายัดบัตรธนาคารกสิกรไทยโดยตรงค่ะ



 



ฟังก์ชั่นที่แปด CONTACT JS100 ในส่วนนี้ คือ การติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ของจส.100 ในกรณีที่ไม่ได้เร่งด่วน โดยเมื่อกดเข้าไปจะพบ 2 ปุ่ม ผู้ใช้งานสามารถกดเลือกโทรได้ตามความสะดวก ทั้งหมายเลข 1137 ซึ่งมีค่าบริการตามเครือข่าย และ *1808 ซึ่งโทรฟรีทุกเครือข่ายค่ะ



 



ทั้งหมดนี้คือ JS100 Application Road Safety Life Safety แอพพลิเคชั่นเพื่อการเดินทางและชีวิตที่ปลอดภัย และในปลายสัปดาห์นี้สำหรับใครที่ต้องเดินทางไกลๆ ลองดาวน์โหลด JS100 Application มาใช้กันดูนะคะ ซึ่งสามารถกดดาวน์โหลดได้จากปุ่มด้านล่างนี้ โดยเลือกกดปุ่มตามระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนของทุกท่านได้เลยค่ะ