1 กุมภาพันธ์ 2569 กรมทางหลวงรายงานความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์ยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Launching Gantry : LG) ถล่มบริเวณทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการเตรียมรื้อถอนสะพานที่ได้รับความเสียหายจากเครน LG ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง ส่วนงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วเสร็จ 1 จุด พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาอย่างเคร่งครัด
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุเครน LG ถล่มของโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องรื้อย้ายพื้นสะพานคอนกรีตอัดแรงใกล้จุดเกิดเหตุที่ถูกเครน LG พังถล่ม มากระแทกได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ช่วง เนื่องจากตรวจพบว่าพื้นสะพานทะลุและลวดอัดแรง (Prestressed Tendon) ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีรอยร้าวปรากฎบริเวณชิ้นส่วนสะพานรูปกล่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องรื้อถอนลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยการเคลื่อนย้ายเครน LG เข้าไปติดตั้งและยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตรูปกล่องอัดแรงที่จะถูกตัดแยกแต่ละก้อนลงมาอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลขั้นตอนและแผนการดำเนินการของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจต่อสาธารณะ แบ่งออกเป็น 5 มิติ ดังนี้
มิติที่ 1 พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย: ปิดพื้นที่การจราจร 100% บริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่มีงานอันตรายบนที่สูง รวมทั้งให้เว้นระยะปลอดภัย (Safety Zone) ด้านข้าง เพื่อแยกพื้นที่ก่อสร้างออกจากพื้นที่สัญจรอย่างเด็ดขาด
มิติที่ 2 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องปลอดภัย: ยกเครื่องระบบตรวจสอบทางวิศวกรรม โดยให้ตรวจทานแบบและรูปแบบการติดตั้งเครน LG ของแต่ละช่วงสะพาน พร้อมทั้งรายการคำนวณใหม่ทั้งหมด รวมทั้งให้ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์เครน LG ใหม่อีกครั้ง และดำเนินการติดตั้ง Add-on ระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซนเซอร์ตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
มิติที่ 3 เปลี่ยนผู้ปฎิบัติงาน LG เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐาน: ยุติการดำเนินงานของชุดปฏิบัติงาน LG รายเดิมของ ITD และจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านงาน LG ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยได้รับการยอมรับเข้ามาดำเนินการแทน
มิติที่ 4 ตรวจสอบและกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party): เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เป็นอิสระ โดยเชิญ วสท. ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและร่วมกำกับควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกขั้นตอนอีกชั้นหนึ่ง ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
มิติที่ 5 ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย: เปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง


โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเริ่มขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุเครน LG ถล่ม เพื่อสอบทานความถูกต้องของแผนการรื้อถอน และตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของโครงสร้าง LG ที่จะนำมาใช้ยกชิ้นส่วนสะพานที่เสียหายลงมา โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้เริ่มดำเนินการในขั้นตอนการทำงานที่สำคัญไปแล้ว 2 ส่วน คือ
1. การรื้อย้าย LG ด้านซ้ายทาง: ปลดอุปกรณ์ยึดรั้ง (PT-Bar) และดำเนินการเคลื่อนย้าย LG ถอยกลับไปยังตำแหน่งปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางขั้นตอนการรื้อย้ายคาน
2. การปรับตำแหน่ง LG ชุดที่สอง: ดำเนินการเคลื่อนย้าย LG จากด้านขวาทาง เข้าสู่ตำแหน่งปฏิบัติงานเพื่อเตรียมรื้อถอนคานที่ชำรุด โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงาน ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการติดตั้งค้ำยัน (Main Support) และการเจาะคอนกรีตสำหรับติดตั้งโครงสร้างรองรับ (Supporting Frame)
สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า ทีมวิศวกรจะดำเนินงานขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารรายการคำนวณ และขั้นตอนการเคลื่อนย้ายชุดเครื่องจักร LG (Method Statement) ที่จะใช้ในการรื้อถอนอย่างละเอียด พร้อมทั้งดำเนินการติดตั้งระบบติดตามพฤติกรรมโครงสร้าง (Structural Health Monitoring) แบบ Real Time เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเครื่องจักรและอุปกรณ์ส่วนควบให้พร้อมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนย้าย LG เข้าสู่ตำแหน่งเพื่อปฏิบัติงานรื้อถอนในลำดับถัดไป
ในส่วนของการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานคานยื่น (Balanced Cantilever) ช่วงข้ามแม่น้ำท่าจีนที่ยังไม่บรรจบกันจำนวน 3 จุด ยังคงเดินหน้าตามแผนภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างสะพานฯ ถูกทิ้งค้างไว้ในรูปแบบ “คานยื่นอิสระ” และใช้นั่งร้านชั่วคราวขนาดใหญ่ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานส่วนยื่น (Closure) ให้บรรจบอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้การรับน้ำหนักและถ่ายแรงเป็นไปตามการออกแบบด้านวิศวกรรม และสามารถรื้อถอนโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวที่มีความเสี่ยงสูงออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และเปิดช่องทางหลักช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมได้ โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้ดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานและดึงลวดแล้วเสร็จ 1 จุด (ตำแหน่ง M3) สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า จะเริ่มดำเนินการอีก 2 จุดที่เหลือ (ตำแหน่ง M4 และ M5)


โดยความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของเหตุการณ์การเครน LG ถล่ม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนของกรมทางหลวง ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญจากกรมทางหลวง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสภาวิศวกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุพยานและสถานที่เกิดเหตุบริเวณ กม.30+300 พร้อมทั้งร่วมประชุมสรุปแนวทางการดำเนินงานโดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดและเก็บรวบรวมวัตถุพยานสำคัญทั้งทางคดีและทางวิศวกรรม รวมจำนวน 9 จุด อาทิ ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็ก (Truss) ชุดมอเตอร์ ระบบไฮดรอลิก และชิ้นส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมดำเนินการ เพื่อนำวัตถุพยานไปเก็บรักษาในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ ป้องกันการสูญหาย และเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบเชิงลึก
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้วางแผนการตรวจสอบทางนิติวิศวกรรม โดยในสัปดาห์ถัดไปจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบพินิจ (Visual Inspection) การวัดขนาดและเก็บข้อมูลทางกายภาพของโครงสร้างเปรียบเทียบกับแบบแปลน จากนั้นจะคัดเลือกชิ้นส่วนสำคัญส่งทดสอบในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test) เพื่อทดสอบค่ากำลังรับแรงของวัสดุจริง ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดไปใช้ในการจำลองสถานการณ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Finite Element Analysis) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการวิบัติของโครงสร้างให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับตามหลักวิศวกรรมสากล
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินงานของผู้รับเหมาเป็นไปตามแบบ วิธีการก่อสร้าง และเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาความรับผิดและสิทธิของกรมทางหลวงในการดำเนินการตามสัญญาต่อไป กรมทางหลวงยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด




