ในวันที่ AI ตัดสินใจแทนมนุษย์มากขึ้น คำถามไม่ใช่แค่ว่า AI ทำอะไรได้ แต่คือ ใครต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์นั้น
28 มกราคมของทุกปี คือ Data Privacy Day หรือวันแห่งข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นวันที่ทั่วโลกชวนกันทบทวนว่า ปัจจุบัน ข้อมูลส่วนตัวของเรากำลังถูกใช้โดยใคร และถูกใช้ด้วยความรับผิดชอบเพียงใด ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบทบาทในการวิเคราะห์และตัดสินใจแทนมนุษย์ คำถามเรื่องจริยธรรมและความรับผิดชอบขององค์กรจึงยิ่งสำคัญ
“การเป็นองค์กร AI First ของทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีล้ำหน้ามาใช้ในธุรกิจให้เร็วที่สุด แต่คือการดำเนินไปพร้อมกับนโยบายเรื่อง Responsible AI (RAI) บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว (Privacy) และการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า (Security) เป็นสำคัญ” มนตรี กล่าวพร้อมเสริมว่า Responsible AI ของทรูไม่ใช่แนวคิดใหม่ที่ถูกแยกออกมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แต่เป็นส่วนต่อขยายของ Responsible Business ที่มีความเข้มข้นมากขึ้นในบริบทของการใช้ AI
“ทรูได้นำกรอบแนวคิดของสมาคม GSMA ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก มาประยุกต์ใช้เป็นมาตรฐานหลักในการดำเนินงาน สะท้อนความตั้งใจว่า ทุกสินค้าและบริการที่มีการใช้ AI ต้องอยู่ภายใต้กรอบแนวทาง Responsible AI Framework อย่างเคร่งครัด”
ความพิถีพิถัน 4 มิติ เมื่อการใช้ AI ต้องเริ่มที่ความรับผิดชอบ
ภายใต้มุมมองของทรู Responsible AI ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า AI ทำอะไรได้บ้าง แต่เริ่มจากกรอบคิดที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด หรือที่ทรูเรียกว่า “ความพิถีพิถัน” เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการ ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
ความโปร่งใส (Transparency): ทุกการใช้ข้อมูลต้องชัดเจน อธิบายได้ถึงกระบวนการทำงานและการตัดสินใจของ AI
ยึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-centric Design): ใส่ใจความปลอดภัยและคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ที่ครอบคลุมถึงภาษาและโทนการสื่อสารของ AI
มนุษย์ต้องกำกับเสมอ (Human Oversight): AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินใจ แต่ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนมนุษย์